Menu
Menu

กีฬากอล์ฟ คือ เป็นอีกหนึ่งชนิดกีฬาที่ดังมากแม้ว่าหลายคนอาจจะมองว่าเป็นกีฬาสำหรับคนที่มีเงินเป็นหลัก ปัจจุบันไม่ได้เป็นแบบนั้นแล้ว เครื่องไม้เครื่องมือการเล่นกอล์ฟก็ไม่ได้แพงมากขนาดนั้น ส่วนสนามก็ลดราคาลงมาเพื่อจูงใจในการเล่นมากขึ้น กีฬาชนิดนี้หากมองอย่างเดียวก็อาจจะว่าไม่มีอะไรมาก แต่ความจริงแล้วกฏ กติกา รายละเอียดของกีฬาชนิดนี้มีเยอะมาก มาดูกันว่ากฎ กติกา มารยาทในการเล่นกอล์ฟมีอะไรบ้าง

กอล์ฟ

ประวัติของกีฬากอล์ฟ

กีฬากอล์ฟ หากมองไปเรื่องประวัติของการเล่นต้องบอกว่าเหมือนกับอีกหลายกีฬาที่ไม่ชัดเจนเท่าไรว่าใครเป็นผู้ก่อตั้งขึ้นมา กีฬากอล์ฟหากนับตามประวัติที่ตัวเองนำเสนอขึ้นมานั้น แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มเลย โดยแต่ละกลุ่มก็มีหลักฐานมีเหตุผลน่าเชื่อถือด้วยกันทั้งนั้น เริ่มจากเหตุผลแรกว่ากันว่ากีฬาชนิดนี้เกิดขึ้นที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อปี พ.ศ. 1840 เมืองชื่อว่า Loenen aan de Vech ตามประวัติบอกว่าชาวดัตช์ที่เล่นการละเล่นชนิดนี้จะเล่นด้วยไม้ กับลูกบอลหนัง กติกาบอกว่าใครที่ตีลูกบอลหนักให้โดนเป้าหมายที่อยู่ไกลออกไปโดยใช้จำนวนครั้งในการตีน้อยที่สุดเป็นผู้ชนะ มองผิวเผินก็เหมือนกับกีฬากอล์ฟในปัจจุบัน

แนวคิดที่สองถัดมาประเทศสกอตแลนด์ เค้าก็ยืนยันว่า ที่นี่คือต้นกำเนิดของกีฬากอล์ฟเช่นกัน เค้าหยิบหลักฐานในยุคพุทธศตวรรษที่ 20 มาอ้างถึงนั่นคือ กฎหมายในยุคนั้นกล่าวว่าห้ามเล่นการละเล่นชนิดหนึ่งชื่อว่า gowf ที่ออกเสียงคล้ายกับคำว่า กอล์ฟ ในปัจจุบัน นอกจากนั้นสกอตแลนด์ยังอ้างถึงหลักฐานอีกชิ้นหนึ่งนั่นคือ สนามกอล์ฟเค้าบอกว่า สกอตแลนด์มีการสร้างสนามกอล์ฟขึ้นมาด้วยชื่อว่าสนามกอล์ฟ Musselburgh สกอตแลนด์บอกว่าในประวัติศาสตร์สมเด็จพระราชินี้แมรี่แห่งสกอตแลนด์ ทรงเล่นกอล์ฟที่สนามแห่งนี้ด้วย แต่แนวคิดนี้กลับโดนค้านว่าไม่กีฬาที่พูดถึงอาจจะไม่ใช่การละเล่นกอล์ฟก็ได้ อาจจะเป็นการละเล่นที่ดูเหมือนกับกีฬาฮอกกี้ในปัจจุบันมากกว่า

แนวคิดที่สามไม่น่าเชื่อเหมือนกัน มาจากประเทศจีนเอเชียบ้านเรานี่เอง หลักฐานตามแนวคิดนี้อ้างว่าศาสตราจาย์ท่านหนึ่งของจีน ค้นพบว่าย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์จีนยุคสมัยราชวงศ์ซ่ง ได้มีการพูดถึงกิจกรรมการละเล่นของจักรพรรดิอย่างหนึ่งนั่นก็คือ ฉุยหวาน เป็นการแข่งขันการตีลูกบอลให้ลงหลุมตามที่กำหนด อุปกรณ์ก็คือไม้ที่มีลักษณะหลากหลายรูปแบบเพื่อตีลูกให้ไปได้ในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน ซึ่งไม้แต่ละชนิดถูกทำด้วย หยก หรือ ทองคำ กีฬาชนิดนี้จึงเล่นได้เฉพาะพระมหาจักรพรรดิ จนถึงขุนนางชั้นสูงเท่านั้น นอกจากบันทึกแล้วยังมีภาพวาดอดีตเป็นหลักฐานยืนยันด้วย ศาสตราจารย์คนดังกล่าวยังปิดท้ายด้วยว่า การละเล่นนี้ได้ถูกเผยแพร่ไปยุโรปในเวลาต่อมาจากนักเดินทางชาวมองโกลที่เดินทางไปสำรวจ ยุโรป อย่างไรก็ตามทั้งสามแนวคิดดังกล่าว ต่างก็ยืนยันในหลักฐานความเชื่อของตัวเอง แต่หลักฐานแนวคิดที่ได้รับความเชื่อมากที่สุดกลับเป็น แนวคิดของประเทศสกอตแลนด์ ที่นอกจากวิธีการเล่นจะคล้ายแล้ว ยังมีการตั้งกติกาการเล่นให้เป็น 18 หลุมจนกลายเป็นมาตรฐานมาจนถึงปัจจุบันด้วย

กีฬากอล์ฟ ในประเทศไทย

แม้ว่ากีฬากอล์ฟเพิ่งจะมาบูมมากขึ้นในช่วงเวลาสักประมาณ 15 ปีที่แล้ว เนื่องจากมีนักกอล์ฟไทยทำผลงานได้ดีในระดับโลกรวมถึงมีการแข่งขันระดับอาชีพมากขึ้นในบ้านเงินรางวัลก็ดี ทำให้คนหันมาเล่นกอล์ฟกันมากขึ้นแต่หากสืบประวัติศาสตร์กอล์ฟไทย

กีฬากอล์ฟของประเทศไทยนั้น ก็เหมือนกับอีกหลายกีฬาในยุโรปที่เผยแพร่เข้ามาในไทยผ่านสองรูปแบบหนึ่งเผยแพร่จากชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในไทยแล้วก็เอาวัฒนธรรมนี้มาด้วย กับสองเผยแพร่ผ่านนักเรียนทุน หรือ ลูกหลานเชื้อพระวงศ์ ขุนนางชั้นสูงที่ไปเรียนต่างประเทศ พอกลับมาก็จะตั้งสมาคม, สโมสรเพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน กอล์ฟเองก็เช่นกัน ตามประวัติบอกว่าเข้ามาในไทยตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ด้วยวิธีที่สองผ่านลูกหลานที่ไปเรียนเมืองนอกแล้วพอเรียนจบก็เอาวัฒนธรรมนี้กลับมาด้วย ลองคิดดูว่า สนามกอล์ฟแห่งแรกในประเทศไทยเกิดขึ้นที่ไหน คำตอบก็คือ สนามหลวงนั่นเอง แต่เป็นการทดลองเล่นกอล์ฟกันสนุกๆเท่านั้น โดยคนคิดริเริ่มก็เป็นชนชั้นสูงกับชาวต่างชาตินั่นเองที่เล่นกันในโอกาสพิเศษรวมตัวกันเล่นเพื่อความสนุกสนานเท่านั้น จากนั้นได้มีการก่อตั้งสโมสรเกี่ยวกับกอล์ฟขึ้นมาอย่างจริงจัง ชื่อว่า สโมสรยิมคานา ที่จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมกับสร้างสนามกอล์ฟแบบเป็นเรื่องเป็นราวด้วย เราเลยนับว่านี่เป็นสนามกอล์ฟที่ตรงตามหลักจริงๆอันเก่าแก่ที่สุดของไทย แต่น่าเสียดายที่ไม่ทราบว่าสนามนั้นสร้างทั้งหมดกี่หลุม หลังจากนั้นก็มีการสร้างสนามกอล์ฟขึ้นตามจุดต่างของประเทศไม่ว่าจะเป็นที่กรุงเทพ, หัวหิน เป็นต้น ที่หัวหินพิเศษหน่อย เนื่องจากเป็นสนามกอล์ฟแห่งแรกของประเทศไทยที่มีการสร้างสนามตามมาตรฐานกีฬากอล์ฟอย่างจริงจังและมีจำนวนหลุมทั้งหมด 18 หลุมตามวิธีการเล่นหลักสากล กีฬากอล์ฟเริ่มเป็นที่รู้จักในเครื่องมือสร้างความสัมพันธ์ และนันทนาการของสังคมชั้นสูง ชาวต่างชาติในประเทศไทย กีฬาเริ่มได้รับความนิยมขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งมาหยุดการพัฒนาเนื่องจากประเทศไทยเข้าสู่ภาวะสงครามโลก ก่อนจะกลับมาฟื้นฟูอีกครั้งหลังสงครามจบลงไปแล้ว โดยเฉพาะการสร้างสนามกอล์ฟที่แพร่ขยายไปมากขึ้นทั้งจำนวนและคุณภาพ เกิดสนามกอล์ฟเอกชนที่มีการบริการครบวงจรมากขึ้นในบ้านเรา จนถึงมีการสร้างนักกอล์ฟฝีมือดีเพื่อเข้าแข่งขันระดับอาชีพทั้งในประเทศและต่างประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นกีฬาที่มีคนนิยมอย่างมากจนถึงปัจจุบัน

สิ่งที่ต้องมีในการเล่น กีฬากอล์ฟ

กีฬากอล์ฟ เป็นกีฬาที่เล่นง่าย ดูง่าย คอนเซปต์ไม่มีอะไรมาก แต่เวลาเล่นจริงบอกเลยว่าไม่ง่ายอย่างที่มองดูเลย คอนเซปต์ในการเล่นกีฬาชนิดนี้ก็คือ เราต้องตีลูกลงหลุมแต่ละสนามให้ได้จำนวนครั้งน้อยที่สุด เมื่อตีครบ 18 หลุม ใครตีลูกลงหลุมใช้จำนวนครั้งในการตีน้อยที่สุด ก็จะเป็นผู้ชนะ

ลูกกอล์ฟ

ลูกกอล์ฟ

ลูกกอล์ฟ เป็นอุปกรณ์สำคัญอย่างมากของการเล่นที่นักกอล์ฟจะต้องมีเอาไว้ติดตัว ซึ่งตามกฎลูกกอล์ฟถูกกำหนดขนาดและรูปทรงไว้ค่อนข้างชัดเจนว่า ต้องเป็นลูกทรงกลมที่มีความเป็นสมมาตรกัน ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางอย่างน้อย 42.67 มิลลิเมตร และมีมวลไม่เกิน 45.93 กรัม ผิวรอยบุ๋มของลูกกอล์ฟก็จะต้องมีประมาณ 300-500 รอย ส่วนวัสดุไม่ได้กำหนดตายตัวนัก ขึ้นอยู่กับนักกอล์ฟด้วยว่าอยากใช้พื้นผิวแบบไหน เรื่องสีนักกอล์ฟระดับอาชีพจะมีการเล่นสีตรงนี้ด้วยแม้จะไม่ได้กำหนดตายตัวแต่หลายคนเลือกใช้สีขาวเป็นหลัก อาจจะมีบ้างที่ใช้สีชมพู แต่สีที่ไม่ควรใช้เลยคือสีเขียว เพราะมันจะกลืนไปกับสนามทำให้มองหายาก

ไม้กอล์ฟ

กีฬากอล์ฟ แตกต่างจากกีฬาอื่นตรงนี้ ผู้เล่นสามารถพกไม้กอล์ฟไปได้หลายอันเพื่อหยิบขึ้นมาใช้ให้ได้ตามสถานการณ์ของตัวเองแต่จะถือไปได้สูงสุดเพียงแค่ 14 อันเท่านั้น โดยไม้กอล์ฟจะทำจากเหล็กเป็นหลักเพื่อความคงทน และแข็งจนสามารถตีได้ตามต้องการใกล้ไกล ทิศทาง องค์ประกอบของไม้กอล์ฟมีสองอย่างหนึ่งหัวของไม้กอล์ฟจะเป็นหัวที่ถูกปรับแต่งออกมาหลายแบบเพื่อให้ผู้เล่นเลือกใช้ตีในรูปแบบแตกต่างกันบางหัวจะเป็นเหลี่ยม บางหัวจะเฉียง บางหัวก็เรียบ สองก้านเหล็กจะเป็นส่วนที่ยืดต่อมาจากหัว จนถึงปลายจะมีด้ามจับให้กระชับมือ

สนามกอล์ฟ

สนามกอล์ฟ

สิ่งที่ทำให้กีฬาชนิดนี้แตกต่างจากกีฬาชนิดอื่นก็คือ สนาม เพราะการเล่นกอล์ฟแต่ละครั้ง ผู้เล่นจะต้องเล่นทั้งหมด 18 หลุมด้วยกัน ซึ่งตลอด 18 หลุมที่ผู้เล่นต้องเจอนั่น สภาพสนามจะไม่เหมือนกันเลยเปรียบเหมือนเราเจอสถานการณ์ที่แตกต่างกัน 18 รูปแบบทั้งรูปแบบของหญ้าแฟร์เวย์ หญ้าบนกรีน อุปสรรค ระยะทาง แรงลม ฯลฯ นั่นทำให้นักกอล์ฟจะต้องมีความรอบรู้เรื่องการตีมากพอสมควรไม่งั้นก็จะไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ นี่ยังไม่นับว่าสนามกอล์ฟแต่ละแห่ง ทั้ง 18 หลุมก็จะแตกต่างกันไปอีกนะ บวกกับแต่ละปีสนามกอล์ฟจะมีการปรับปรุงสนามให้ผู้เล่นรู้สึกท้าทายไม่น่าเบื่อเข้าไปอีก ดังนั้นสนามกอล์ฟจึงเป็นอะไรที่มีเสน่ห์มากของกีฬาชนิดนี้

องค์ประกอบของสนามกอล์ฟ

อธิบายความสำคัญของสนามไปแล้ว สนามกอล์ฟประกอบไปด้วยอะไรบ้างเราจะมาอธิบายแบบสั้นหน่อย เพราะเวลาเราดูกอล์ฟผู้บรรยายก็มักจะบอกว่า ลูกไปตกตรงนั้นตรงนี้ จะได้เข้าใจว่า ตรงที่เค้าบอกคำศัพท์ทางกอล์ฟนั้นหมายความว่าอย่างไร เริ่มจากคำว่า แท่นทีออฟ คำนี้หมายถึงบริเวณที่ผู้เล่นกอล์ฟจะตั้งต้นในการเล่นของแต่ละหลุม จะเป็นพื้นที่หญ้าที่ถูกตัดให้เรียบ เนียน เกรียน ตรงนี้ผู้เล่นเวลาใช้จะหยิบที่ตั้งลูกเรียกว่า Tee (ที) มีลักษณะเป็นเข็มหมุดปักไปบนหญ้า จากนั้นก็จะวางลูกบนเข็ม แล้วเอาลูกกอล์ฟวาง จากนั้นก็ตีออกไป สองพื้นที่แฟร์เวย์ หรือ พัฟ สองคำนี้ความหมายก็คือ พื้นที่ในการเล่นของสนามนั้น หรือ พื้นที่ทั่วไป แบ่งออกเป็นสองรูปแบบ หากเป็นหญ้าที่ไว้สูง หรือ ขนาดปานกลางเรียกว่า แฟร์เวย์ ส่วนถ้าเป็นหญ้าสูงเรียกว่ารัฟ สามกรีน หมายถึงพื้นที่ใกล้หลุมความพิเศษก็คือผู้เล่นจะเจอสภาพหญ้าที่จัดเตรียมไว้แบบพิเศษทำให้ลูกเดินทางไม่เป็นไปตามที่เราคิดไว้ สี่เขต OB หมายถึงเขตแดนสุดของของสนามนั้น มักจะเป็นต้นไม้ใหญ่ที่ปลูกไว้โดยรอบ เพื่อแสดงเขตแดนของสนามนี้ หากตีไปตกบริเวณดังกล่าวอาจจะทำให้ผู้เล่นเล่นได้ยากมากขึ้นในการตีครั้งต่อไป หรือ อาจจะต้องยอมเสียการตีครั้งนี้ไปฟรีเพื่อเล่นใหม่ในตำแหน่งทีดีกว่า ห้าอุปสรรคของสนามกอล์ฟที่มีหลากหลายรูปแบบบางอย่างก็แก้ไขได้ บางอย่างก็แก้ไม่ได้ อย่างเช่น แม่น้ำ บ่อน้ำ หรือ หลุมทราย หกหลุมซึ่งเปรียบเสมือนเส้นชัยของแต่ละสนาม ที่เราจะต้องตีลงหลุมให้ได้ องค์ประกอบเหล่านี้จะถูกจัดเรียงใหม่ให้ตลอด 18 หลุมมีความยากง่ายแตกต่างกันเพื่อสร้างความท้าทายให้กับผู้เล่น

กฎ กติกา กอล์ฟแบบเข้าใจง่าย

สำหรับคนดูกอล์ฟผ่านทางโทรทัศน์หรือทีวีนั้น ดูแล้วงง เราจะมาอธิบายกฎ กติกาแบบเข้าใจง่ายๆ อย่างแรกเลยผู้เล่นกอล์ฟ หากตีลูกกอล์ฟแล้วไปตกยังอุปสรรคที่ไม่สามารถแก้ไขได้อย่างเช่น ตกน้ำ เข้าป่าด้านข้างสนาม หรือ ตีไกลจนไม่สามารถหาลูกกอล์ฟเจอ แบบนี้ผู้เล่นจะต้องเสียสิทธิ์ในการตีครั้งนั้นไปเลย แล้วกลับมาตีใหม่อีกครั้งในจุดเดิม สองหากตีแล้วไปตกในอุปสรรคที่ผู้เล่น จัดการได้ยาก อย่างเช่น การตกเนินมุมอับของหลุมทราย, ลูกตกตรงรากต้นไม้ใหญ่ หรือ ไปค้างบนต้นไม้ ผู้เล่นต้องเลือกว่าจะฝืนเล่น หรือ เสียครั้งการตีนั้นไปแล้วถอยกลับมาเล่นในจุดครั้งล่าสุดใหม่ สามหากวิธีการตีลูกผิดวิธี จะถูกนับว่าฟาล์ว ระยะทางที่ลูกเคลื่อนที่ไปข้างหน้าจะไม่นับ ถอยลูกกลับมาเล่นใหม่แต่นับจำนวนครั้งในการตี ฟาล์วอย่างเช่น ตีลูกผิด ใช้ไม้ครูดกับลูก ใช้ไม้ดันลูก ไม้ไปสัมผัสอุปสรรค(ทราย,บ่อน้ำ)ก่อนจะสวิงไม้ลงมาโดนลูก สี่ในกรณีที่ผู้เล่น เล่นผิดลูกไปเล่นลูกของผู้เล่นคนอื่นจะถูกปรับแพ้ในหลุมนั้นไป(หากนับแต้มแบบหลุม) แต่หากนับแต้มธรรมดาจะโดนหักจำนวนครั้งการตี(สโตรก) 2 ครั้ง แล้วต้องเล่นลูกของตัวเองต่อจนจบด้วยแล้วนับคะแนน

นอกจากกฎ กติกา เหล่านี้แล้ว ยังมีกฎ ระเบียบอีกมากมาย ที่ค่อนข้างยิบย่อยละเอียดมาก ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่ากีฬาชนิดนี้มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา กฎก็เลยอาจจะเพิ่มขึ้นมาเพื่ออุดช่องว่างของสถานการณ์นั้น หากใครสนใจลองหาคลิปถ่ายทอดกีฬานี้ดู อาจจะไม่ได้ปะทะกันตูมตามเหมือนกับกีฬาชนิดอื่น แต่การลุ้นว่านักกอล์ฟจะตีลูกลงหลุมไหมก็เป็นอีกหนึ่งการลุ้นที่สนุกไม่แพ้กีฬาชนิดไหนเหมือนกัน 

วิธีการเล่นและการนับคะแนน

บอกก่อนเลยว่า กอล์ฟเป็นกีฬาที่ไม่เหมือนกีฬาอื่นอีกแล้วเรื่องนับคะแนน วิธีการเล่นของกอล์ฟก็คือ เราจะต้องตีกอล์ฟทั้งหมด 18 หลุม โดยจะวัดจากจำนวนการตีว่าตลอด 18 หลุมใครใช้จำนวนครั้งน้อยที่สุดก็จะเอาชนะไปได้ ส่วนวิธีการนับคะแนนนั้น จะมีหลักอยู่ว่า เค้าจะมีการตั้งมาตรฐานจำนวนครั้งในการตีของหลุมนั้นเอาไว้เรียกว่า พาร์ หากใครทำได้ต่ำกว่าพาร์ ก็จะได้คะแนนเป็นจำนวนติดลบตามด้วยจำนวนครั้งไป ยกตัวอย่างเช่น หลุม 8 พาร์ 4 หมายความว่า หลุมที่นักกีฬากำลังเล่นอยู่นั้นเป็นหลุมที่ 8 (จากทั้งหมด 18 หลุม) มาตรฐานการเล่นต้องทำให้ลงภายในการตี 4 ครั้ง หากนายA สามารถตีลูกลงหลุมภายในการตี 3 ครั้ง แสดงว่านายเอทำได้ดีกว่ามาตรฐานที่ตั้งไว้ 1 ครั้งก็จะได้คะแนน -1 ส่วนนายB ใช้จำนวนตีลงหลุมไป 4 ครั้ง แสดงว่าใช้จำนวนครั้งเท่ากับมาตรฐานแสดงว่าได้ 0 คะแนน นาย C ใช้จำนวนครั้งในการตี 5 ครั้ง เกินมาตรฐานที่ตั้งไว้ 1 ครั้ง แสดงว่านาย ซี ก็จะได้คะแนน +1 คะแนน ก็จะทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนครบ 18 หลุมแล้วมาดูกันว่า ใครทำคะแนนติดลบได้มากที่สุด คนนั้นเป็นผู้ชนะไป

รูปแบบการเล่นกีฬากอล์ฟ

โดยทั่วไปเรามักจะเห็นการเล่นกอล์ฟเป็นการเล่นแบบเดี่ยวเท่านั้น กล่าวคือ เค้าจะออกรอบการไปตีกอล์ฟแบบไป 2 คนจากนั้นก็ตีลูกของใครของมัน พอเล่นเสร็จก็นับคะแนนรวมกัน แต่ยังมีรูปแบบการเล่นกีฬากอล์ฟแบบอื่นด้วย นั่นก็คือ การเล่นแบบโฟร์ซัม ก็คือ การเล่นแบบทีม ทีมละ 2 คน จากนั้นผลัดกันตีลูกคนละครั้งในทีมตัวเองจนกว่าจะลงหลุม กับการเล่นแบบโฟร์บอล ก็คือ การเล่นแบบทีม ทีมละ 2 คน แต่ละคนจะตีลูกกอล์ฟของตัวเอง โดยนับคะแนนของคนที่ดีกว่าของแต่ละทีมเป็นคะแนนในหลุมนั้น พอเล่นเสร็จทุกหลุมก็นับคะแนนรวม

คำศัพท์เกี่ยวกับการตีลูก

ไม่เพียงแค่การนับจำนวนครั้งเท่านั้น หากเราเคยดูการถ่ายทอดสดกีฬากอล์ฟจะเห็นว่าทุกครั้งที่ลง ผู้บรรยายจะใช้คำศัพท์ทางกอล์ฟเพื่อแสดงผลการตีด้วย เนื่องจากจำนวนพาร์ของแต่ละหลุมไม่เท่ากันจึงต้องใช้คำศัพท์เพื่อให้เข้าใจตรงกัน คำแรกก็คือคำว่า โฮลอินวัน หมายความว่าเป็นการตีลูกครั้งเดียวแล้วลงหลุมเลย ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้บ้างแต่ไม่บ่อยทั้งการเล่นระดับสมัครเล่นจนถึงมืออาชีพ คำต่อมา คำว่าพาร์ หมายถึงจำนวนครั้งในการตีเท่ากับที่กำหนดไว้ โบกี้หมายถึงการตีเกินกำหนดไป 1 ครั้ง ดับเบิ้ลโบกี้ เกินไป 2 ครั้ง ทริปเปิ้ลโบกี้ เกินไป 3 ครั้ง ควอดรูเพิลโบกี้ เกินไป 4 ครั้ง (ไม่มีมากกว่านี้) ส่วนคำว่า เบอร์นี้ หมายถึงผู้เล่นใช้จำนวนครั้งการตีต่ำกว่าพาร์ 1 ครั้ง อีเกิ้ล ต่ำกว่า 2 ครั้ง อัลบาทรอส ต่ำกว่า 3 ครั้ง คอนดอร์ 4 ครั้ง (ไม่มีน้อยกว่านี้)

คำอีกชุดหนึ่งที่เราเคยได้ยินก็คือคำว่า สแควร์พาร์ มันคืออะไร ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า แต่ละสนามจะมีคะแนนสนามเป็นของตัวเอง ด้วยการเอาจำนวนพาร์ของทุกหลุมมารวมกัน โดยคะแนนพาร์ที่เหมาะสมจะต้องเป็น 72 เท่านั้นหากมากหรือน้อยกว่านี้ ถ้าเป็นการจัดแข่งขันกรรมการอาจจะปรับจำนวนพาร์ให้เป็น 72 ก่อนจะแข่งขัน ทีนี้หากนักกอล์ฟเล่นหมดทั้ง 18 หลุมแล้วได้คะแนน 72 หมายถึงจำนวนตีทั้งหมดตลอดทั้ง 18 หลุมนั่นหมายถึงว่า นักกอล์ฟสามารถทำ สแควร์พาร์ได้ในสนามนี้ หากทำได้แต้มน้อยกว่านั้นเรียกว่า อันเดอร์พาร์ ตามด้วยจำนวนครั้งที่น้อยกว่า อย่างเช่นทำได้ 70 แต้มก็จะหมายถึง 2 อันเดอร์พาร์ ทำคะแนนได้น้อยกว่ามาตรฐาน 2 ครั้ง ในทางกลับกันหากทำได้เกิน ก็จะใช้คำว่า โอเวอร์พาร์ เช่น ถ้าผู้เล่นทำได้ 75 แต้ม จะเรียกว่า 3 โอเวอร์พาร์ ตีเกินจำนวนครั้งไป 3 ครั้งเป็นต้น