Menu
Menu

คริกเกต ไม่ใช่กีฬาที่คนไทยรู้จักกันในวงกว้าง แต่สำหรับคอกีฬาหลายๆ คนจะต้องรู้จักกีฬาประเภทนี้แน่นอน เพราะว่าประวัติมาอย่างยาวนานมากกว่า 300 ปี วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ มาทำความรู้จักกับ คริกเกต กีฬาที่ได้รับความนิยมอย่างมากในต่างประเทศโดยเฉพาะในประเทศอินเดีย ถึงขนาดถูกยกย่องว่าเป็นกีฬาสร้างชาติเลยทีเดียว จะเป็นอย่างไร สนุกสนาน และได้รับความรู้มากขนาดไหนไปติดตามรับชมกันได้เลยครับ

คริกเก็ต

คริกเกต Cricket คือ จุดเริ่มต้นมีและประวัติเป็นมาอย่างไร

รู้หรือไม่ว่า กีฬาคริกเก็ต ได้เริ่มต้นครั้งแรกในประเทศอังกฤษ และนี่คือสิ่งที่จะให้ทุกคนต้องตกใจ นั่นก็เพราะว่ากีฬาคริกเก็ตมีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนานมากกว่ากีฬาฟุตบอลที่นิยมใช้มากที่สุดในโลก เราลองย้อนกลับไปดูหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เราจะพบข้อมูลที่ถูกจารึกเป็นลายลักษณ์อักษรว่ากีฬาคริกเก็ตนั้นได้ถูกจดบันทึกเอาไว้ตั้งแต่เมื่อ 300 ปีก่อน หรืออยู่ในช่วงศตวรรษที่ 16 นั่นเอง ในยุคนั้นกีฬาคริกเก็ตเริ่มแพร่หลายจากประเทศอังกฤษไปสู่ประเทศอื่นๆ ในทวีปยุโรปทั้งหมด โดยเฉพาะประเทศหลักๆ ที่ประเทศอังกฤษถือครองอาณานิคม คนอังกฤษมักนิยมนำกีฬาคริกเก็ตไปเล่นในประเทศที่พวกเขายึดครองได้ จนในที่สุดก็แพร่หลายมายังประเทศอินเดีย และเขตทวีปเอเชีย แม้ว่าในปัจจุบันนี้ประเทศต่างๆ จะได้รับเอกราชจากประเทศอังกฤษแล้ว แต่พวกเขาก็ยังนิยมเล่นกีฬาคริกเก็ตมากกว่า 100 ประเทศ ประเทศหลักๆที่นิยมเล่นกีฬาคริกเก็ตในปัจจุบันนี้ได้แก่  ออสเตรเลีย ศรีลังกา บังคลาเทศ และอินเดีย

แม้ว่ากีฬาคริกเก็ตจะถือกำเนิดในประเทศอังกฤษ แต่ว่าในปัจจุบันนี้กีฬาที่ได้รับความนิยมในประเทศอังกฤษกับกลายเป็นกีฬาประเภทฟุตบอล ถึงแม้ถ้าอย่างนั้นกีฬาคริกเก็ตก็ไม่ได้จางหายไปไหน ในประเทศที่พวกมันถูกเผยแพร่ซึ่งได้แก่ อินเดีย บังกลาเทศ ปากีสถาน ศรีลังกา และออสเตรเลีย เป็นต้น ในประเทศเหล่านี้คริกเก็ตกับได้รับความนิยมอย่างมาก ถึงขนาดที่ว่ามีโต๊ะพนันแบบถูกกฎหมายตั้งรับการวางเดิมพันคริกเก็ตอยู่หลากหลายแห่ง ผู้คนในประเทศต่างๆ ติดตามรับชมและสนใจในการแข่งขันตลอดทุกนัด

โดยเฉพาะในประเทศอินเดียกีฬาคริกเก็ตได้รับความนิยมอย่างมหาศาล ใครก็ตามที่ประสบความสำเร็จในการเป็นนักกีฬาคริกเก็ต พวกเขาจะเป็นดั่งวีรบุรุษของประเทศ มีหน้ามีตาในสังคม มีผู้คนยกย่อง และสรรเสริญมากมาย นักกีฬาเหล่านี้ได้ค่าตัวซึ่งเป็นเงินจำนวนมากกว่าการเล่นกีฬาประเภทอื่นๆ มีผู้สนใจเข้ามาลงทุน และสนับสนุนกีฬาคริกเก็ตจนกลายเป็นกีฬาหลักของประเทศ แม้แต่ดาราชื่อดังในประเทศอย่าง ชาห์รุก ข่าน (Shahrukh Khan) ก็ยังร่วมลงทุนก่อตั้งทีมคริกเก็ตของตนเอง

หากจะพูดถึงทีมคริกเก็ตแล้ว เราก็ต้องพูดถึงประเทศอินเดียอย่างแน่นอน เพราะว่าในประเทศอินเดียมีทีมคริกเก็ตที่แข็งแกร่ง และมีชื่อเสียงอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ละทีมแข่งขันกันอย่างจริงจัง และถือว่าเป็นรายการใหญ่ที่สุดในประเทศ มีความกดดัน มีสนามเป็นของตัวเอง มีการแข่งขันอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือว่าเป็นศักดิ์ศรีอันทรงเกียรติในประเทศอินเดีย ในการแข่งขันนัดใหญ่ๆ จะเป็นการแข่งขันที่คนภายในประเทศจะไม่พลาดโอกาสสำคัญแม้แต่ครั้งเดียว

คริกเก็ต

กฎกติกาและวิธีการเล่น คริกเก็ต

ใช้ผู้เล่นทีมละ 11 คน ทุกคนในทีมจะได้เข้ามาในสนาม เพื่อรอสำหรับการลงแข่งขัน จะแบ่งออกเป็น 3 ทีมดังนี้ ทีม (ก) / ทีม (ข)  / ทีม (ค) 

Blower คือ ผู้ขว้างลูก จะทำหน้าที่ขว้างลูกไปยังไม้ที่ได้ถูกตั้งไว้บนสนามทั้งสามอัน และไม้เหล่านั้นเรียกว่า Wickets ซึ่งทางด้านทีม ข จะส่ง Batsman ซึ่งทำหน้าที่รักษา Wickets จะเป็นผู้ถือไม้ Bat ต้องเฝ้าที่ไม้ดังกล่าว ถ้าทางด้าน Batsman สามารถตีลูกถูก เขาก็จะวิ่งวนเพื่อให้ได้คะแนน และจะถูกเรียกว่า Runs จนกว่าทางด้าน Fielders ของทีม ก ที่คอยทำหน้าที่วิ่งเก็บลูก จะสามารถนำกลับเข้ามาในสนามได้อีกครั้ง จะถือว่าเป็นหยุดการวิ่งเก็บคะแนนของฝ่ายตรงข้าม หลายคนอาจจะงงกันสักเล็กน้อย แต่สำหรับหลายคนที่ไม่เคยรับชมกีฬามาก่อนผมเชื่อว่าจะต้องงงกันเป็นอย่างมากแน่นอน ถ้าหากคุณเคยรับชมกีฬาประเภทเบสบอลและเข้าใจกฎกติกาของมัน รับรองว่าคุณจะใช้เวลาเพียงไม่นานเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับกติกาต่างๆ ของกีฬาคริกเก็ต

ความแตกต่างระหว่างกีฬา คริกเก็ต และ เบสบอล

สนาม : จะถูกออกแบบมาเป็นรูปวงรีมีความยาว 22 หลา

ส่วนทางด้านของเบสบอลนั้นสนามจะเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ความยาว 90 ฟุต

จำนวนผู้เล่น :  กีฬาคริกเก็ต จะใช้ผู้เล่นทั้งหมด 11 คน ส่วนทางด้านของเบสบอลจะใช้นักกีฬาเพียงแค่ 9 คน

คริกเก็ตไทย

กีฬาคริกเก็ต ในประเทศไทย เป็นอย่างไรบ้าง

กีฬาคริกเก็ต ได้ถูกนำเข้ามาในประเทศไทยในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 แต่ว่ายังไม่ค่อยเป็นที่สนใจมากนัก จนถึงในสมัยของรัชกาลที่ 6  ท่านได้ทรงนำกีฬาคริกเก็ตเข้ามาเล่นในพระราชวัง ซึ่งเก็บอุปกรณ์การเล่นกีฬาคริกเก็ตทั้งหมดเอาไว้ในห้องเก็บของพระราชวังค่ายมฤคทายวัน ในส่วนนี้ได้มีการจัดแสดงเอาไว้ในนิทรรศการคริกเก็ต และนี่เองคือจุดเริ่มต้นของกีฬาคริกเก็ตในประเทศไทยจากนั้น ในปีค. ศ. 1971 กีฬาคริกเก็ตเริ่มได้รับความนิยมอย่างเป็นทางการมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้มีการจัดการแข่งขันในจังหวัดเชียงใหม่ และในกรุงเทพฯ การแข่งขันในครั้งนี้ถูกตั้งชื่อเอาไว้ว่า คริกเก็ตลีกแห่งประเทศไทย โดยในยุคเริ่มต้นนั้นมีทีมคริกเก็ตที่เข้าร่วมแข่งขันเพียงแค่ 6 ทีม จากนั้น 1 ปีต่อมาในกรุงเทพฯ ได้จัดตั้งชมรม “ไทยแลนด์คริกเก็ตลีก” หลังจากนั้นเริ่มมีผู้คนสนใจเข้าร่วมก่อตั้งทีมคริกเก็ตมากขึ้นเรื่อยๆจน “ไทยแลนด์คริกเก็ตลีก” มีทีมเข้าร่วมทั้งหมด 19 ทีม แบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มในปีค. ศ. 1989 กีฬาคริกเก็ตได้ถูกเผยแพร่ออกไปไม่ได้มีเพียงแค่กรุงเทพฯ และเชียงใหม่เท่านั้นที่เริ่มก่อตั้งทีมคริกเก็ต แต่ยังถูกขยายไปสู่จังหวัดอื่นๆ ได้แก่ จ.ขอนแก่น จ.ประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดภูเก็ต

กีฬาคริกเก็ตในประเทศไทยยังคงพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งโดยเฉพาะในช่วงระยะเวลา 20 ปีที่ผ่าน ประเทศไทยได้เน้นการพัฒนาในส่วนสำคัญอยู่ 2 อย่าง ได้แก่ ปรับเปลี่ยนการแข่งขันคริกเก็ตให้กลายเป็นทีมประเภท 6 คน ซึ่งให้เหมือนกติกาตามหลักสากลที่ใช้กันทั่วโลก โดยเริ่มต้นการจัดการแข่งขันชิงแชมป์รายการปีละ 1 ครั้ง โดยมีทีมจากจังหวัดต่างๆเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น เชียงใหม่ หัวหิน และภูเก็ต นอกจากนี้เรายังได้จัดตั้งทีมชาติคริกเก็ตครั้งแรกในช่วง ค.ศ. 1990  และได้เข้าร่วมการแข่งขันในระดับเอเชียซึ่งเป็นรางวัลสมาพันธ์คริกเก็ต ที่เมืองกัวลาลัมเปอร์

จัดการแข่งขันนั้นทำให้ในหลากหลายประเทศได้เห็นศักยภาพของทีมคริกเก็ตประเทศไทย และในปีต่อมาเราก็ได้ทำการส่งทีมคริกเก็ตในระดับอายุต่ำกว่า 19 ปี เพื่อเข้าชิงแชมป์ในรายการเยาวชนเอเชียเป็นครั้งแรก ซึ่งจัดขึ้นที่ฮ่องกง การแข่งขันครั้งนี้ทำให้เราได้เห็นวิสัยทัศน์ในการเล่นคริกเก็ตมากขึ้น เราจึงได้เพิ่มระดับของการแข่งขันภายในประเทศ และให้ความสำคัญโดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ เราได้จัดตั้งทีมคริกเก็ตในระดับรุ่นเล็ก และรุ่นใหญ่เพื่อส่งแข่งขันอยากสม่ำเสมอ

ต่อมาเราได้จัดตั้งโครงการ สวัสดีคริกเก็ต ซึ่งเป็นกลุ่มการเล่นคริกเก็ตในระดับเยาวชน โดยได้ก่อตั้งในหลากหลายจังหวัดซึ่งได้แก่ จ.ของแก่น จ.ชลบุรี จ.เพชรบูรณ์ จ.ภูเก็ต และได้มีการจัดโครงการอบรม สอนเทคนิคการเล่น รวมไปถึงการจัดการแข่งขันอย่างสม่ำเสมอ ทำให้มีหลายฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุน ไม่ใช่เฉพาะในทีมระดับชุดใหญ่ แต่รวมไปถึงในทีมระดับเยาวชนตั้งแต่ 15 – 19 ปี ซึ่งเป็นการสนับสนุนโดย สหพันธ์คริกเก็ตเอเชีย หรือ Asian Cricket Council (ACC)

การแข่งขันคริกเก็ตประเภททีมหญิงของทีมชาติไทย ครั้งแรกพวกเขาได้เข้าร่วมการแข่งขันในปี ค.ศ. 2007 ณประเทศมาเลเซีย เพื่อชิงถ้วยสหพันธ์คริกเก็ตเอเชีย นอกจากนี้ยังมีรายการพิเศษภายในประเทศ นั่นคือการจัดการแข่งขันในช่วงระดับมัธยมต้นภายในประเทศ ในช่วงนั้นทีมหญิงในประเทศไทยจึงมีความแข็งแกร่งอย่างมากเมื่อเทียบกับทีมคริกเก็ตจากประเทศอื่นๆ

ปี ค.ศ. 2004 ไทยแลนด์คริกเก็ตลีก 1972 ได้ถูกเปลี่ยนชื่ออย่างเป็นทางการกลายมาเป็น “สมาคมคริกเก็ต” ของหน่วยงานศูนย์วัฒนธรรม เนื่องจากทางชมรมได้เข้าร่วมกิจกรรมระดับนานาชาติจำนวนมาก จึงได้ขอจดทะเบียนสมาคมอย่างเป็นทางการกับกระทรวงวัฒนธรรม ทำให้กีฬาคริกเก็ตในประเทศไทยมีความเป็นสากลมากขึ้น และถูกยอมรับจากหลากหลายประเทศทั่วโลก

คริกเก็ตไทย

กีฬาคริกเก็ต ประเทศไทย ในปัจจุบัน

เป้าหมายที่สำคัญของสมาคมคริกเก็ตแห่งประเทศไทย นั่นคือการนำคริกเก็ตไปสู่ยุคใหม่ จัดระบบ และระเบียบต่างๆ รวมไปถึงการพัฒนาคริกเก็ต และปรับปรุงมาตรฐานในปัจจุบันให้ดีมากขึ้น เพื่อให้ได้มาตรฐานในระดับนานาชาติ ในปี ค.ศ. 2005 เราได้เป็นสมาชิกของสภาคริกเก็ตเอเชีย (Asian Cricket Council) และได้เข้าร่วมกลุ่มสมาชิกสภาคริกเก็ตนานาชาติ (International Cricket Council)

คริกเก็ตอินเดีย

ต้นกำเนิด กีฬาคริกเก็ต ในประเทศอินเดีย

ชาวไทยทุกคนรู้กันเป็นอย่างดีว่าประเทศอินเดีย นั้นเป็นดินแดนแห่งศาสนา ผู้ใดที่ต้องการเดินทางไปแสวงบุญ มักจะเลือกประเทศอินเดียเป็นประเทศหลัก ด้วยเรื่องความเชื่อ ศาสนา และเทพเจ้า แต่อีกสิ่งหนึ่งที่คุณยังไม่เคยรู้มาก่อน อินเดียนั้นถูกจัดอันดับว่ามีทีมคริกเก็ตที่แข็งแกร่งมากที่สุดในโลก ธุรกิจต่างๆ ที่เกี่ยวกับกีฬาคริกเก็ตสร้างเม็ดเงินหมุนสะพัดหลายพันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ต่อ 1 ปี

กีฬาคริกเก็ตกลายเป็นกีฬาประจำชาติของชาวอินเดียเลยก็ว่าได้ แม้ว่ากีฬาชนิดนี้จะมีแหล่งกำเนิดจากประเทศอังกฤษก็ตาม กีฬาคริกเก็ตในประเทศอินเดียไม่ได้เป็นเพียงแค่กีฬา แต่มันคือการหลอมรวมวัฒนธรรม เชื้อชาติ ศาสนา และสิ่งต่างๆ อีกมากมาย และส่วนหนึ่งก็มาจากการร่วมกันต่อสู้ เพื่อเรียกร้องเอกราชจากประเทศอังกฤษในยุคสมัยที่พวกเขายังถูกปกครอง

คริกเก็ต อินเดียในปี ค.ศ.1947

ในตอนนั้นประเทศของพวกเขายังไม่เป็นเอกราช อินเดียเป็นเพียงแผ่นดินที่กว้างใหญ่ ซึ่งถูกเรียกว่า  “อนุทวีปอินเดีย” ก่อนที่จะแตกออกมาเป็นประเทศต่างๆ อย่างที่เราได้รู้ในปัจจุบัน เช่น อินเดีย, ปากีสถาน, ศรีลังกา, บังคลาเทศ นั้นตอนนั้นพวกเขายังแบ่งออกเป็นแคว้นต่างๆ มากกว่าร้อยแคว้น ทำเกิดความต่างในหลายด้าน  เช่น ศาสนา ความเชื่อ วิถีชีวิต จนมาถึงจักรวรรดิสุดท้าย ราชวงศ์โมกุล อนุทวีปอินเดีย คริสต์ศตวรรษที่ 15 พวกเขาเริ่มมีการติดต่อค้าขายออกนอกทวีป โดยเป็นการซื้อขายกับชาติมหาอำนาจจากโลกตะวันตก เริ่มจาก โปรตุเกส และประเทศอื่นๆ ก็เริ่มติดต่อการซื้อขายเข้ามาเรื่อยๆ ได้แก่ เนเธอร์แลนด์, อังกฤษ และฝรั่งเศส นั่นคือจุดเริ่มต้นที่กีฬาคริกเก็ตได้เริ่มเข้ามาในประเทศอินเดีย

ถ้าคุณได้ลองเข้ามาสัมผัสในประเทศอินเดีย คุณจะพบเห็นได้เลยว่ามีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่นิยมขว้างและตีลูกคริกเก็ตกันอยู่ในทั่วทุกที่เพราะว่ากีฬาประเภทนี้เป็นที่แพร่หลาย อินเดียอย่างมากถือว่าเป็นกีฬาหลักที่คอยค้ำจุนประเทศอีกรูปแบบหนึ่งก็ว่าได้ กีฬาคริกเก็ตพัฒนาไปตามความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆหลังจากที่ประเทศอินเดียได้เอกราชเป็นของตนเองจากในสมัยก่อนที่แต่ละการแข่งขันจะใช้เวลาประมาณ 4-5 วันในปัจจุบันนี้ถูกกำหนดเวลาให้เหลือเพียงแค่ 1 วันเท่านั้นและยังมีการกำหนดจำนวนการขว้างในระดับอาชีพให้เหลือเพียงแค่ทีมละไม่เกิน 20 ไม้เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการแข่งขันให้มากยิ่งขึ้นกีฬาคริกเก็ตในประเทศอินเดียเป็นที่นิยมในทุกชั้นวรรณะไม่ว่าจะเป็นคนที่จนที่สุดหรือคนที่รวยที่สุดในประเทศก็ตามการแข่งขันอย่างเป็นทางการภายในประเทศมีผู้เข้าชมในสนามประมาณ 5-8 หมื่นคนปลาเกร็ดกลายเป็นธุรกิจใหญ่ที่สร้างความบันเทิงให้แก่ประเทศอินเดียมีมูลค่าของเงินหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐที่หมุนเวียนในแต่ละการแข่งขัน

ในประเทศอินเดียคริกเก็ตไม่ใช่เพียงแค่กีฬาอย่างเดียวแต่มันคือสิ่งที่หลอมรวมประชาชนทั้งหมดให้เป็นหนึ่งเดียวกันโดยเฉพาะในช่วงที่เกิดความขัดแย้งภายในรัฐกีฬาคริกเก็ตได้ช่วยเชื่อมความสัมพันธ์ของผู้คนได้อย่างน่าอัศจรรย์แต่ละรัฐส่งทีมคริกเก็ตเข้าร่วมแข่งขันเพื่อรวมตัวกันเป็นทีมชาติประชาชนในอินเดียทุกคนต่างสนับสนุนกีฬาคริกเก็ต ในช่วงสมัยที่ประเทศอินเดียเกิดความแตกแยกแต่ไม่น่าเชื่อว่ากีฬาคริกเก็ตจะหลอมรวมพวกเขาเข้าด้วยกันไม่ว่าผู้เล่นแต่ละคนจะมาจากรัฐใดก็ตามเมื่อพวกเขารวมตัวกันในนามทีมชาตินั่นก็เท่ากับว่ารวมหัวใจของชาวอินเดียทั้งประเทศให้เป็นหนึ่งเดียว

กีฬาคริกเก็ตกลายเป็นความภาคภูมิใจ กลายเป็นศักดิ์ศรีของชาวอินเดียการแสดงออกที่ยอดเยี่ยมเป็นการหลอมรวมหัวใจของประชาชนภายในประเทศเพราะเขาสร้างทีมคริกเก็ตอันดับ 1 ของโลกมีมาตรฐานการเล่นไม่แพ้ชาติตะวันตกที่เป็นผู้ให้กำเนิดกีฬาคริกเก็ตพวกเขาสามารถยืนหยัดและต่อสู้กับประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็นสหรัฐนิวซีแลนด์หรือแม้แต่ออสเตรเลียได้อย่างภาคภูมิคุณจะเห็นได้จากการแข่งชิงแชมป์โลกแต่ละครั้งประเทศอินเดียจะต้องเป็นหนึ่งในตัวเต็งชนะเลิศเสมอมา

ไม่ว่าจะศาสนาอะไรชนชั้นวรรณะใดทุกคนจะถูกเชื่อมความสัมพันธ์ด้วยกีฬาคริกเก็ตมันอยู่ในสังคมของชาวอินเดียจนกลายเป็นรากฐานจุดหลอมรวมใจอยู่ในสื่อต่างๆอยู่ในประเด็นหลักทางการศึกษาและการเมืองเรียกว่าคริกเก็ตกีฬาที่อยู่ในสายเลือดของชาวอินเดียทุกคนนอกจากนี้มันยังถูกใช้เป็นเครื่องมือเจริญสัมพันธไมตรีให้กับประเทศต่างๆในภูมิภาคเอเชียใต้ในปี 2548 ประธานาธิบดี ปากีสถาน ได้มีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาคริกเก็ตในนัดสำคัญซึ่งเป็นการพบกันระหว่างอินเดียและปากีสถาน ณ สนามกีฬา Feroz Shah Katla กรุงนิวเดลี ข้างนายมันโมฮัน สิงห์ และเมื่อการแข่งขันในเกมนี้จบลงทั้งสองประเทศได้เซ็นสัญญายุติสงครามซึ่งนั่นเป็นข่าวดีอย่างมากสำหรับประชาชนจะทั้งสองประเทศ คริกเก็ตจึงถูกยกย่องให้เป็นกีฬาไม่สามารถเชื่อมสัมพันธไมตรีแก่ประเทศต่างๆ

กีฬาคริกเก็ตได้กลายเป็นกีฬาที่หลอมรวมใจขอประชาชนชาวอินเดีย และกลายเป็นกีฬายอดนิยมอันดับ 2 ของโลกจากการจัดผลโหวตความนิยมอย่างเป็นทางการ แม้ว่าในประเทศไทยกีฬาคริกเก็ตจะไม่ได้เป็นที่นิยมและแพร่หลายกันมากนัก แต่สำหรับคนที่ต้องการชมการถ่ายทอดสดคริกเก็ต คุณสามารถรับชมได้จากช่องทางตามเว็บไซต์ต่างๆ ที่มีการถ่ายทอดสดกีฬา นอกจากนี้คุณยังสามารถรับชมการถ่ายทอดสด หรือการรายงานผลการแข่งขันแบบสดๆ ได้จากเว็บไซต์ที่เปิดรับการพนันกีฬาออนไลน์

แทงคริกเก็ต

แทงคริกเก็ต รูปแบบเดิมพันคริกเก็ตออนไลน์

เว็บไซต์ พนันกีฬาออนไลน์ คือเว็บไซต์ที่เปิดให้บริการรับวางเดิมพันกีฬาในประเทศต่างๆ ที่ได้รับมาตรฐานสากล มีการถ่ายทอดสด และมีราคาต่อรองตามมาตรฐาน handicap  คุณจะพบกับการถ่ายทอดสดกีฬาจำนวน และสามารถเข้าร่วมวางเดิมพันกีฬาต่างๆ ได้ครบทุกประเภทตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะกีฬาที่ไม่ได้รับความนิยมในประเทศไทย ซึ่งคุณไม่สามารถทำการวางเดิมพันกีฬาเหล่านี้ได้จากช่องทางอื่น มีเพียงเว็บไซต์รับพนันกีฬาออนไลน์เท่านั้นที่จะสามารถตอบสนองความต้องการของคุณได้

คุณจะได้พบกับการวางเดิมพันกีฬาอีกหลากหลายประเภทนอกจากกีฬาคริกเก็ตที่คุณชื่นชอบ ยังมีกีฬาอื่นเช่น ฮอกกี้น้ำแข็ง สนุกเกอร์ แบดมินตัน ปาเป้า บาสเกตบอล อเมริกันฟุตบอล และกีฬาอื่นๆ อีกจำนวนมาก โดยเฉพาะกีฬาฟุตบอลที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในโลก ในการแข่งขันบางรายการมีการเปิดรับรูปแบบการวางเดิมพันมากกว่า 100 ประเภท คุณสามารถร่วมสนุกกับการวางเดิมพันกีฬาได้อย่างไร้ขีดจำกัด นอกจากนี้เว็บเดิมพันกีฬาออนไลน์ยังมีส่วนของคาสิโนไลฟ์สด ให้คุณได้ผ่อนคลายกันตลอดเวลา พบกับเกมวางเดิมพันจำนวนมากไม่ว่าจะเป็น บาคาร่า เสือมังกร ไฮโล สล็อต และเกมเดิมพันคนอื่นๆจากคาสิโนชั้นนำทั่วโลก ไม่รูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์ ได้มาตรฐานสากล จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ที่สำคัญสะดวกสบาย ปลอดภัยจากการโกงและเรื่องของกฎหมาย 100% สมัครสมาชิกเข้ามาร่วมสนุกสนานกับการเดิมพันประเภทต่างๆ ที่คุณชื่นชอบได้แล้วตลอด 24 ชั่วโมง เรามีพนักงานฝ่ายให้บริการจำนวนมากที่พร้อมจะดูแลคุณ และมอบโบนัสต่างๆ ให้คุณอย่างเต็มที่ รับรองว่าคุณจะประทับใจกับการวางเดิมพันบนเว็บไซต์เดิมพันกีฬาออนไลน์แน่นอน