Menu
Menu

อเมริกาฟุตบอล ประเทศสหรัฐอเมริกามีกีฬาอยู่สองสามชนิดที่โด่งดังมาก บาสเกตบอล เราคงรู้จักกันดี แต่อีกหนึ่งชนิดกีฬายอดฮิตที่ต้องบอกว่าเป็นกีฬาของชาวอเมริกันอย่างแท้จริง ก็คือ อเมริกันฟุตบอล แต่น่าแปลกที่กีฬาชนิดนี้ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักนักในบ้านเรา เคยมีคนเอาสัญญาณถ่ายทอดสดมาฉายให้ดูช่วงตอนเช้ามืดบ้านเราแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าไร ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าผู้ชมหลายคนดูแล้วไม่ค่อยเข้าใจกติกามากนัก ใครเป็นแบบนั้นบ้าง ไม่ต้องห่วง เราจะมาเล่ากติกาให้ฟังจะได้ดูสนุกมากขึ้น

อเมริกันฟุตบอล

อเมริกันฟุตบอล ต่างจาก รักบี้ อย่างไร

หนึ่งในความเข้าใจผิดข้อใหญ่ของคนทั่วไปที่ไม่รู้จักกีฬาชนิดนี้ก็คือ อเมริกันฟุตบอล กับ รักบี้ หรือ อเมริกันฟุตบอล กับ ฟุตบอลเป็นสิ่งเดียวกัน อย่างแรกเลย อเมริกันฟุตบอลแม้จะมีหลักการวิธีเล่นบางอย่างคล้ายกับรักบี้แต่ความจริงไม่ใช่เลยแตกต่างกันในรายละเอียดเยอะมาก ส่วนอเมริกันฟุตบอล กับ ฟุตบอล อันนี้ยิ่งไปกันใหญ่แตกต่างกันแบบคนละเรื่องเลย แม้จะมีคำว่าฟุตบอลเหมือนกันก็ตามที เพราะฉะนั้นแยกให้ออกเข้าใจตรงกันนะ

สนามที่ไม่เหมือนกัน

เข้าใจวิธีการเล่นกันบ้างแล้ว เราจะมาดูรายละเอียดการเล่นกัน เริ่มจากสนามก่อนเลย กีฬาชนิดนี้สนามจะแตกต่างจากกีฬาอื่นอย่างชัดเจน กล่าวคือ สนามจะเป็นนรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีความยาว 120 หลา กว้าง 53 หลาโดยประมาณ มีเส้นแบ่งเป็นล็อคไว้อย่างที่บอก สนามจะบ่งบอกระยะห่างจากกลางสนามไปจนถึงพื้นที่ฐานของทั้งสองข้าง(พื้นที่ฐานเรียกตามภาษากีฬาชนิดนี้ว่า เอนด์โซน) หากนับจากเส้นกลางสนามจะมีเลข 50 กำกับเอาไว้ แล้วจะเป็นตัวเลขถอยลงไปทั้งสองด้านพร้อมทั้งเครื่องหมายลบดังนี้ 50 -40 -30 -20 -10 แล้วก็พื้นที่เอนด์โซน ด้านหลังของพื้นที่เอนด์โซน จะมีประตู เป็นสองเสาขนาดใหญ่ตั้งคู่กัน

ลูกอเมริกันฟุตบอล

อีกหนึ่งจุดเด่นของกีฬาชนิดนี้ก็คือ ลูกอเมริกันฟุตบอล กีฬาชนิดนี้ใช้ลูกบอลที่ไม่น่าจะเรียกว่าลูกบอลได้เท่าไร กล่าวคือลูกบอลจะทำจากหนัง (คล้ายกับลูกบาสเกตบอล) รูปทรงเป็นกลมรี ปลายแหลม จะมีด้านหนึ่งเป็นตะเข็บเย็บขนาดใหญ่จับถนัดมือเพื่อให้การขว้างสามารถทำให้ลูกพุ่งเป็นเส้นตรงได้คล้ายกับจรวด แต่ลูกอเมริกันฟุตบอลมีความพิเศษอีกอย่างหนึ่งก็คือ เวลามันกลิ้งอยู่ในสนามมันจะกระเด้งกระดอนไปแบบคนละทิศ ละทางจับทิศทางได้ยากมาก แต่ความยากก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของกีฬาชนิดนี้ด้วยเหมือนกัน เวลาเตะออนไซด์คิกทีหนึ่งนี่บอกเลยลุ้นหัวใจจะวาย

คอนเซปต์ในการเล่น อเมริกันฟุตบอล

เอาล่ะ เรามาทำความเข้าใจคอนเซปต์ในการเล่นอเมริกันฟุตบอลกันก่อน หากเราเคยเห็นกีฬาชนิดนี้จะเป็นสนามสีเขียวขนาดใหญ่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบ่งเป็นล็อคเท่าๆกัน แต่ล็อคสุดท้ายของแต่ละด้าน จะเป็นพื้นที่เปรียบเสมือนฐานของฝ่ายตัวเอง ด้านปลายของทั้งสองข้างจะมีเสาโกล์สูงขนาดใหญ่ตั้งอยู่(ให้นึกภาพเสาชิงช้าหน้าศาลาว่าการกรุงเทพฯ) วิธีการเล่นก็คือ แต่ละฝ่ายจะต้องถือลูกบอลเพื่อวิ่งไปวางในฐานของฝ่ายตรงข้ามให้ได้ (แต่ห้ามใช้วิธีการเลี้ยงบอลแบบลูกฟุตบอล) ใครสามารถเอาลูกบอลไปวางไว้ในพื้นที่ฐานฝ่ายตรงข้าม หรือ เตะเข้าโกล์ฝ่ายตรงข้ามได้ ก็จะได้คะแนน ภายในเวลาที่กำหนดใครได้คะแนนมากกว่าเป็นฝ่ายชนะ

กติกาวิธีการเล่น อเมริกันฟุตบอล

มาดูวิธีการเล่นกัน เพื่อให้เข้าใจได้ง่าย ให้เรานึกภาพกิจกรรมในวัยเด็กอย่างการแข่ง ชักเย่อ ไว้ก่อน เพราะเราจะอธิบายด้วยการอิงภาพของการชักเย่อ เป็นหลัก วิธีการเล่นก็คือ แต่ละฝ่ายจะได้สิทธิ์การบุกเข้าไปในแดนฝ่ายตรงข้าม 4 ครั้งต่อรอบ เป้าหมายก็คือ พวกเค้าจะต้องพาลูกบอลไปได้อย่างน้อย 10 หลา หากทำได้ก็จะได้รอบการบุกอีก 4 ครั้ง แต่หากทำไม่สำเร็จ หรือ โดนฝ่ายตรงข้ามขโมยบอลไปได้ ก็ต้องเปลี่ยนฝั่งการเล่นทันที (คล้ายกับชักเย่อ ดึงรุกรับกันไปมา) จนสุดท้ายหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งพาลูกเข้าไปในพื้นที่เอนด์โซนของอีกฝ่ายได้ เรียกว่า ทัชดาวน์ จะได้ 6 คะแนนนอกจากนั้น หลังทำทัชดาวน์จะได้เล่นคะแนนพิเศษ ด้วยการเล่นหน้าพื้นที่เอนด์โซนอีกรอบหนึ่ง หากทำทัชดาวน์ซ้ำก็จะได้ 2 คะแนน เลือกเตะฟิลด์โกลได้ 1 คะแนน แต่ถ้าหากไม่สามารถเข้าไปวางลูกได้ ก็สามารถเลือกเตะฟิลด์โกล์ คือ การวางลูกกับพื้นแล้วเตะให้เข้าระหว่างเสาประตู วิธีนี้จะได้ 3 คะแนน ส่วนอีกวิธีหนึ่งที่สามารถทำแต้มได้ก็คือ การเล่นเซฟตี้ กล่าวคือ ทีมบุกต้องเล่นลูกบอลในเอนด์โซนของตัวเอง แล้วทีมรับสามารถเข้าไปแท็คเกิ้ลคนที่ถือบอลของฝ่ายรุกได้ แบบนี้ก็ได้คะแนนมา 2 คะแนนเหมือนกัน หรือ ฝ่ายรุกทำฟาลว์ในเขตเอนด์โซนของตัวเอง กรรมการก็จะมองว่าเป็นเพราะทีมรับกดดันได้ดี ก็จะทำให้ได้คะแนนไปด้วย เมื่อมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำคะแนนได้ไม่ว่าจะวิธีอะไรก็ตาม ทุกอย่างก็จะมาเซตกันใหม่ ใครทำคะแนนได้มากกว่าภายในเวลาที่กำหนดก็จะเป็นฝ่ายชนะ แต่หากเสมอกันก็จะเล่นต่อเพื่อหาผู้ชนะในช่วงต่อเวลาพิเศษ

วิธีการเล่นสำหรับเกมรุก

การเล่นอเมริกันฟุตบอลนั้น เกมบุกเพื่อพาบอลรุกคืบให้ได้ระยะตามกำหนดสำคัญมาก หลังจากที่เซ็ตแถวสำหรับเล่นแล้ว ผู้เล่นควอเตอร์แบ็คจะทำการ สแนปเคาท์ (การพูดคำว่า hut โดยแต่ละทีมจะมีการตั้งจำนวนครั้งที่นับคำว่า hut แล้วเริ่มเล่นพร้อมกันเป็นกลยุทธ์เพื่อชิงจังหวะนำเกมรับฝ่ายตรงข้าม) จากนั้นทีมบุกจะต้องทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้เพื่อพาบอลรุกคืบเข้าไป ไม่ว่าจะเป็น การวิ่งถือบอลฝ่ายเข้าไปในแดนฝ่ายตรงข้าม(เรียกว่าการรัช) สองขว้างบอลให้เพื่อนร่วมทีมรับให้ได้ ตรงนี้มีกฎอยู่ว่าในการเล่น 1 ครั้ง จะสามารถปาบอลไปข้างหน้าได้เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น หากนอกเหนือจากนี้ถือว่าไม่นับเป็นฟาล์วของเกมรุกไป และไม่นับระยะที่ทำได้ ต้องกลับมาเริ่มเล่นกันใหม่ที่จุดเดิม

การเปลี่ยนฝั่งการเล่น

เมื่อกี้เล่าถึงการเปลี่ยนฝั่งการเล่น หากทีมบุกไม่สามารถทำระยะได้ภายใน 4 ครั้งการบุก พวกเค้าต้องเสียการบุกให้กับฝ่ายตรงข้ามไป โดยฝ่ายตรงข้ามจะเริ่มเล่นจากจุดสุดท้ายที่บอลตาย เราเลยเห็นว่าหากทีมบุกเล่นไป 3 ครั้งยังไม่สามารถทำระยะได้ตามกำหนด พวกเค้าจะเลือกเตะพันท์ คือการเตะบอลแทนการขว้างเพื่อให้บอลไปให้ไกลที่สุด แล้วเล่นยากที่สุดด้วย(หากใช้วิธีนี้ต้องเลือกมุมเตะให้ดี เพราะเคยมีเหมือนกันเตะเปลี่ยนฝั่งแล้วอีกฝ่ายวิ่งย้อนกลับคืนมาสูงมากทำให้บุกกลับได้คะแนน หรือวิ่งจนทำทัชดาวน์ได้ก็มี) การเปลี่ยนฝั่งการเล่นนั้นไม่ได้มีแต่วิธีนี้เท่านั้น หากฝ่ายรับสามารถทำเรื่องต่อไปนี้ได้ ก็สามารถชิงจังหวะกลับมาบุกได้โดยไม่ต้องรอครบ 4 ครั้ง ก็จะมี หนึ่งฝ่ายรับสามารถขโมยบอล (ภาษาอเมริกันฟุตบอลเรียกว่า อินเตอร์เซป) มาจากฝ่ายบุกได้ไม่ว่าจะเป็นตัดบอลกลางอากาศ หรือ คว้าออกมาจากมือ ก็สามารถเล่นต่อได้เลย พร้อมทั้งได้สิทธิ์การบุกด้วย สองหากทีมบุกทำลูกหลุดมือด้วยสาเหตุใดก็ตาม แล้วฝ่ายรับสามารถเข้าไปตะครุบบอลขึ้นมาได้ ฝ่ายรับก็จะได้สิทธิ์บุกทันที

การตั้งไลน์

สิ่งหนึ่งที่เราเห็นตลอดสำหรับการแข่งขันอเมริกันฟุตบอลก็คือ การเซตแถวของผู้เล่นทั้งสองฝั่งเพื่อเริ่มเล่น ตรงนี้ถือว่าเป็นเสน่ห์ของเกมอเมริกันฟุตบอลด้วย เราจะมาอธิบายให้เข้าใจกันหน่อย สำหรับฝั่งบุก แถวด้านหน้าจะเป็นการตั้งไลน์ เพื่อป้องกัน อาจจะใช้คนจำนวน 5-6 คนตั้งเรียงแถวหน้ากระดาน จากนั้นจะมีคนที่สำคัญสุดของเกมนั่นคือ ควอเตอร์แบ็ค รอรับลูกที่ตั้งอยู่ด้านหน้า เพื่อคอยขว้างลูกให้กับ ตัววิ่งหรือปีกที่อยู่ทาง ซ้าย หรือ ขวาสุด เพื่อรับบอลและทำคะแนน โดยมีอีกสองคนด้านหลังควอเตอร์แบ็ค ทำหน้าที่เปรียบเสมือนปราการด่านสุดท้ายที่จะป้องกันไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามเข้ามาขโมยบอลและวิ่งทำคะแนนได้ ส่วนไลน์ด้านหน้าควอเตอร์แบ็คนั้นเค้าอาจจไม่ได้เกี่ยวข้องกับบอลโดยตรง แต่หากไลน์ทำหน้าที่ได้ดี ก็จะทำให้ควอเตอร์แบ็คเล่นง่าย หาช่องจ่ายบอลให้ปีก หรือ จะออกวิ่งเองก็ได้ด้วยเหมือนกัน ต้องบอกว่าไลน์นั้นแม้จะไม่ได้ทำให้ชนะ แต่พวกเค้านี่แหละเป็นคนเปิดทางสู่ชัยชนะ หากเป็นฝ่ายรับ การตั้งไลน์ ก็จะใช้คนประมาณ 5-6 คนเหมือนกัน จากนั้นจะมีตัวคุมปีกนอกซ้ายขวา เพื่อทำหน้าที่ป้องกัน ตัวปีกของฝ่ายตรงข้ามให้รับบอลได้ยาก หรือ หากขโมยบอลได้ก็ดี ถัดมาจากไลน์เกมรับก็คือ ไลน์แบ็กเกอร์ หน้าที่ก็คือ จัดการกับเกมบุกของฝ่ายตรงข้ามในกรณีที่วิ่งฝ่ากำแพงไลน์เข้ามได้ และปิดท้ายด้วยตำแหน่ง เซฟตี้อีกสองคนเพื่อป้องกันด่านสุดท้าย ไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามหลุดไปทำทัชดาวน์ได้

ทีมบุก ทีมรับ ทีมพิเศษ

การแข่งขันอเมริกันฟุตบอลในสนามจะส่งได้ทีมละ 11 คนก็จริง แต่หากนับตัวสำรองที่อยู่ข้างสนามไปด้วย แต่ละทีมจะต้องมีผู้เล่นอย่างน้อย เกือบ 60 คนต่อเกมการแข่งขันในแต่ละฤดูกาล สำหรับมืออาชีพ สาเหตุที่ต้องมีเยอะแบบนี้ก็เพราะว่าการเล่นอเมริกันฟุตบอลนั้น นักกีฬาแต่ละคนจะมีความโดดเด่นแต่ละอย่างแบบสุดโต่งไปเลย อย่างเช่น ปีกนอกก็จะถนัดการเล่นลูกกลางอากาศการรับลูก หรือ ตัววิ่งทำแต้มก็จะมีฝีเท้ารวดเร็วเพื่อให้อีกฝ่ายจับไม่ได้ โดยการเล่นแต่ละเกมของระดับมืออาชีพจะมีการแบ่งทีมออกเป็น 3 กลุ่ม หนึ่งทีมบุก นำโดยควอเตอร์แบ็ค เป็นเหมือนหอสั่งการคอยบัญชาลูกทีมเพื่อให้ได้รูปแบบการเล่นตามต้องการ พวกเค้าจะต้องทำแต้มฝ่ายตรงข้ามให้ได้ แม้ว่าจะเกมรับแข็งแกร่งแค่ไหนก็ตาม สองทีมรับก็ตามชื่อพวกเค้าจะต้องป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายทำแต้มได้ นอกจากไลน์ที่จะเป็นกำแพงขวางไม่ให้เข้ามา อีกหนึ่งตำแหน่งสำคัญก็คือ ไลน์แบ็คเกอร์ ทำหน้าที่เปรียบเสมือนกองกำลังฝ่ายรับที่มีความรวดเร็วเข้าไปด้วยเพื่อดักจับ ดักทางตัววิ่งของฝ่ายตรงข้าม ส่วนทีมพิเศษนั้น จุดเด่นของพวกเค้าคือการเล่นคิกเกอร์ การเล่นลูกตั้งเตะไม่ว่าจะเป็นการเตะบันท์ (การเตะเปลี่ยนเมื่อบุกไม่สำเร็จ) และการเตะฟิลด์โกล์ เพื่อทำคะแนนให้ได้ และ การเล่นแต้มโบนัส ตำแหน่งสำคัญของทีมนี้ก็คือ ตัวเตะ, ตัววางเตะ ที่ต้องฝึกซ้อมจนชำนาญ เชื่อใจกันอย่างมาก เพื่อให้การเตะฟิลด์โกล์ได้แต้มแม้ว่าจะโดนกดดันจากฝ่ายตรงข้าม

การขอเวลานอก

แต่สิ่งที่ทำให้อเมริกันเกมส์แบบนี้ไม่ค่อยถูกจริตกับเราเท่าไรก็คือ การขอเวลานอก กับ บอลตาย เพราะสองอย่างนี้ทำให้เวลาในเกมหยุดลงไปด้วย บางครั้งขอเวลานอกทีนานมาก หรือ บอลตาย มีการชาเลนจ์กรรมการ ให้ตรวจดูภาพย้อนหลังเพื่อตัดสินใหม่ นี่ยิ่งนานเข้าไปอีก เลยทำให้คนดูเกมกำลังไหลลื่น สะดุด ซึ่งการชาเลนจ์กรรมการจะสามารถทำได้ 2 ครั้งตลอดทั้งเกม ส่วนเวลานอกสามารถขอเวลานอกได้ 3 ครั้งต่อ 2 ควอเตอร์ เท่านั้น แต่ถ้าหากเล่นต่อเนื่องไปจนถึงช่วงต่อเวลาจะสามารถขอเวลานอกได้สองครั้ง แต่หากเป็นรอบชิงแชมป์ซุปเปอร์โบวล์จะเป็น 3 ครั้ง

บอลตาย

เกมนี้เป็นกีฬาที่เล่นแบบไม่ค่อยต่อเนื่องเท่าไรนัก เหมือนจะเป็นการเล่นแบบเพลย์หนึ่งหากมีบอลตายก็หยุด แล้วก็มาเซตเพลย์กันใหม่ ซึ่งจังหวะบอลตายเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะจะเป็นช่วงเวลาวัดว่า ทีมไหนจะได้เล่นต่อทีมบุกหรือทีมรับ โดยบอลตายนั้นจะเกิดจากสาเหตุต่อไปนี้ หนึ่ง ผู้เล่นที่ถือบอลอยู่นั้น โดนกระแทกจากผู้เล่นฝ่ายรับ สองลูกบอลที่ผู้เล่นฝ่ายบุกขว้างออกไปนั้นตกพื้นก่อนจะถือมือผู้รับ (จะไม่นับและมองว่าฝ่ายรับสามารถป้องกันได้ ฝ่ายบุกต้องถอยกลับมาเล่นที่จุดเดิม) สามลูกบอลหรือผู้เล่นที่ถือบอลออกนอกสนาม อันนี้สำคัญมากเพราะการออกนอกสนามจะทำให้เกมหยุดและวัดระยะที่ได้จากการเล่น สุดท้ายเกิดการทำคะแนนขึ้น บอลตายก่อนจะเล่นโบนัสเกม และ บอลตายอีกครั้งหลังจากเล่นโบนัสเกมเสร็จ

การทำผิดกติกา อเมริกันฟุตบอล

กติกาเกมนี้ต้องบอกว่า หยุมหยิม มาก ส่วนหนึ่งหลายคนอาจจะบ่นว่า น่าเบื่อ แต่อีกมุมหนึ่งกฎที่ดูหยุมหยิมแบบนี้ก็ทำขึ้นเพื่อเซฟตัวนักกีฬาเองด้วย กีฬาชนิดนี้การเข้าปะทะกันในระยะประชิดด้วยความรุนแรงมีสูงมาก จึงต้องออกกฎเพื่อให้ลดอาการบาดเจ็บเหล่านั้นให้เหลือน้อยที่สุด หากต้องการจะดูให้สนุก เข้าใจ ก็ต้องเข้าใจพฤติกรรมการเล่นที่ผิดกติกาด้วย อย่างเช่น การออกตัวก่อนที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะสแนปเล่น การดึงตัวผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม, การกระแทกตัวผู้เล่นอีกฝ่ายก่อนที่จะรับลูกบอลได้ , การแสดงอาการดีใจจนออกนอกหน้า, การขว้างบอลทิ้ง , การถ่วงเวลา เป็นต้น ซึ่งบทลงโทษมักจะเป็นการลงโทษด้วยการเพิ่มระยะให้กับฝ่ายตรงข้ามแทนไม่ว่าจะเป็น 5-10 หลา เพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามเล่นง่ายขึ้น นอกจากนั้นเสน่ห์อีกอย่างของกีฬาชนิดนี้ก็คือ ท่าของกรรมการพวกเค้าจะมีท่าเพื่อบอกลักษณะการฟาล์วแตกต่างกันด้วย เพื่อให้นักกีฬา โค้ช และ คนดูทางบ้านทราบว่ากรรมการหยุดเกมเพราะอะไร ฟาล์วตรงไหน บางครั้งจะมีคำอธิบายเพิ่มเติมเพื่อให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

อเมริกันฟุตบอลตรงไหน มีความมันส์ที่แตกต่างจากกีฬาอื่นอย่างไร

ความสนุกของเกมนี้ อยู่ที่การวางกลยุทธ์ แน่นอนว่าก่อนจะเริ่มเพลย์แต่ละครั้ง ผู้เล่น ผู้จัดการทีม โค้ช และทุกคนต้องวางแผนร่วมกันว่า จะบุกอย่างไร ขว้างลูกไปตรงไหน ใครเป็นตัวหลอก ไลน์ต้องทำหน้าที่บล็อกใครไม่ให้เข้ามา เรียกว่าทุกอย่างถูกวางแผน ออกแบบ ดีไซน์มาเป็นอย่างดีผ่านการฝึกฝนมาอย่างยาวนาน ส่วนเกมรับก็เหมือนกัน จะต้องมีการอ่านแผนล่วงหน้า อ่านท่วงท่าของควอเตอร์แบ็คว่าจะเล่นอย่างไร จากนั้นปรับตัวตามสถานการณ์ภายในชั่วเสี้ยววินาทีเพื่อปรับแผงเกมรับให้ตอบสนองต่อวิธีการบุกนั้นให้ได้ ยิ่งถ้าเกมรับสามารถตัดเกมฝ่ายตรงข้าม หรือ ชิงบอลมาได้ก็จะเรียกความได้เปรียบกลับมา เกมที่มีการชิงไหวชิงพริบบวกกับความสามารถทางด้านร่างกายนี้แหละ เป็นเสน่ห์ของเกมอเมริกันฟุตบอลที่หากดูเป็นต้องบอกเลยว่าสนุกมาก ใครที่เคยดูก็ลองหาลิงค์ดูก็ได้ ระดับอาชีพอาจจะหาดูยาก ลองหาดูระดับมหาวิทยาลัยก็ได้ ความเข้มข้นไม่แพ้กันเลย อีกอย่างระหว่างพักครึ่งเวลา เราจะได้เห็นการแสดงโชว์จากเหล่าเชียร์ของแต่ละฝ่ายออกมาสร้างสีสันให้เราได้ตื่นเต้นไปกับพวกเค้าไม่เบื่ออีกด้วย หรือ ใครที่ยังอ่านแล้วงง เราขอแนะนำให้ไปลองดูการ์ตูนเรื่อง eyeshield 21 เป็นการ์ตูนเกี่ยวกับอเมริกันฟุตบอล รับรองว่าสนุก รู้เรื่อง ดูอเมริกันฟุตบอลเป็นแน่นอน