Menu
Menu

สนุกเกอร์ เป็นอีกหนึ่งชนิดกีฬาที่หลายคนยังเข้าใจผิดอยู่มาก หลายคนมองว่าเป็นกีฬาที่ทำให้คนไปมั่วสุมกัน มีการพนันมาเกี่ยวข้อง ซึ่งเมื่อก่อนอาจจะมีภาพลักษณ์แบบนั้นจริง แต่เดี๋ยวนี้ไม่เป็นแบบนั้นแล้ว กีฬาชนิดนี้ตอนนี้ได้มีคนเล่นเพื่อการพักผ่อน สันทนาการกันมากขึ้น แถมยังเป็นกีฬาที่ต้องใช้สมาธิ การวางแผนอย่างมากทีเดียว หรือใครจะมุ่งมั่นไปจนถึงระดับอาชีพก็มีการแข่งขันล่าเงินรางวัลทั้งในระดับประเทศ และนานาชาติก็มีเยอะ ใครที่อยากดูกีฬานี้ให้สนุกขึ้นต้องรู้จักกติกาด้วย เราเลยจะมาอธิบายเกี่ยวกับกีฬาชนิดนี้ให้ฟัง รับรองว่าไม่ยาก

สนุกเกอร์

ประวัติความเป็นมาสนุกเกอร์

กีฬาสนุกเกอร์นั้น เดิมทีเป็นเพียงแค่กิจกรรมเพื่อผ่อนคลายความเครียดของเหล่าทหารอังกฤษที่ประจำการอยู่ต่างประเทศ ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวเป็นการนำกิจกรรมที่เคยทำอย่าง เกมปิรามิด เกมไลฟ์พลู เกมอื่นมาควบรวมเข้าด้วยกัน ก่อนจะเกิดเป็นกิจกรรมที่มีการตั้งกติกาอย่างเป็นเรื่องเป็นราว โดยผู้ที่ตั้งกติกาขึ้นมาอย่างชัดเจนก็คือ นายทหารใหญ่ชื่อว่าผู้พัน เนวิลล์ ฟรานซิส ฟิตซ์เจอรัลด์ แชมเบอร์เลน เค้าได้ตั้งกฎขึ้นมาพร้อมกับทำโต๊ะขึ้นมาพิเศษเพื่อเล่นกิจกรรดังกล่าว ชื่อกิจกรรมที่ว่า สนุกเกอร์ นั้นเป็นคำแสลงที่เอาไว้เรียกคนที่แทงลูกสนุกเกอร์ไม่ถูกสักทีจากนั้นก็เล่นกันมาเรื่อย พร้อมความนิยมที่แพร่กระจายไปมากขึ้น แต่การเล่นยังถูกจำกัดไว้สำหรับกลุ่มคน หรือ ชมรมส่วนตัวเท่านั้น

อุปกรณ์การเล่นสนุกเกอร์

สิ่งหนึ่งที่ทำให้กีฬาสนุกเกอร์ไม่ค่อยแพร่หลายเท่าไร อาจจะเกิดจากอุปกรณ์การเล่นค่อนข้างพิเศษ หายาก และมีราคาแพง ทำให้การเล่นต้องอยู่ในกลุ่ม หรือชมรมเฉพาะทางที่รวมเงินกันซื้อมาเล่นด้วยกัน อุปกรณ์จำเป็นอย่างแรกเลยก็คือ โต๊ะเล่นสนุกเกอร์ โต๊ะจะต้องมีขนาดประมาณ 11×5 ฟุต มีหลุมอยู่ 6 หลุม อยู่ทั้ง 4 มุม และกลางโต๊ะอีกสองหลุม ซึ่งความยากไม่ได้อยู่ที่ขนาดของโต๊ะ แต่อยู่ที่ผ้ารองโต๊ะต้องใช้ผ้าสักหลาดสีเขียวอย่างดี เพื่อให้ลูกสามารถกลิ้งไปได้อย่างนิ่มนวลไม่กระแทกกับขอบโต๊ะแรงเกินไป ส่วนหลุมก็จะมีการต่อตาข่าย รางส่งลูกเพื่อให้ลูกไม่ตกพื้น

ไม้คิว

เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่คนเล่นต้องมี ไม้คิวเป็นเรื่องสำคัญแต่ราคาแพงมาก ทำให้นักกีฬาสนุกเกอร์แบบสมัครเล่น ไม่ค่อยจะลงทุนซื้อมากนัก อาศัยไปเช่าโต๊ะเล่นแล้วก็เอาไม้ของทางร้านมาเล่นเลย ไม้คิวนั้นจะมีสองแบบ แบบแรกไม้คิวสำหรับแทงจะเป็นไม้แท่งยาว ปลายเรียวแหลมแล้วไล่ระดับให้ใหญ่ขึ้นเพื่อให้จับถนัดมือ ด้านปลายจะมีหัวชอล์คพิเศษเพื่อให้แรงที่ส่งจากแขนสามารถส่งไปถึงลูกได้อย่างแม่นยำ นอกจากนั้นยังมีไม้คิวอีกรูปแบบหนึ่งก็คือ ไม้คิวสำหรับช่วยเหลือเวลาอยู่ในสถานการณ์แทงได้ยาก จะมีไม้อยู่สามแบบ แบบคอหงส์ ปลายจะเป็นเหล็กรู้ตัวยู แล้วมีหัวยื่นออกไปเพื่อให้ส่งไม้คิวลงไป สองแบบสไปเดอร์คล้ายกับคอหงส์ แต่ขนาดของตัวยูจะเล็กกว่า และ ไม้เรสต์ เหล็กปลายจะเป็นรูปตัว X เพื่อให้ผู้เล่นสามารถแทงลูกขาวได้ในจุดที่เอื้อมไม่ถึง

ลูกสนุกเกอร์

เรื่องสำคัญของการเล่นสนุกเกอร์ก็คือเรื่องของลูกบนโต๊ะ ลูกบนโต๊ะนั้นจะแบ่งกลุ่มออกตามสีของมัน ซึ่งแต่ละสีมีความหมายในเรื่องคะแนนแตกต่างกันไปด้วย โดยทุกลูกจะมีขนาดเท่ากันหมดคือเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 52.5 มิลลิเมตร ตัวลูกนั้นถือว่าเป็นอีกส่วนหนึ่งที่แพงมากของกีฬาชนิดนี้ เดิมทีสมัยแรกทำมาจากงาช้าง ก่อนจะมาพัฒนาสร้างจากวิทยาศาสตร์เป็น ไนโตรเซลลูโลส แล้วพัฒนาต่อมาอีกจนปัจจุบันใช้พลาสติกชนิด ฟินอลลิกเรซิน ทำให้มีน้ำหนักและคงทนต่อแรงกระแทก แรงแทง จากผู้เล่นได้ดี โดยการเล่นตามมาตรฐานลูกสนุกเกอร์บนโต๊ะจะต้องทั้งหมด 22 ลูกแบ่งออกเป็นลูกสีแดง 15 ลูก ลูกสีอื่นอีก 6 ลูกแบ่งเป็นสีละ 1 ลูกดังนี้ ลูกสีเหลือง สีเขียว สีน้ำตาล สีน้ำเงิน สีชมพู สีดำ และสีขาว โดยลูกแต่ละสีจะมีคะแนนแตกต่างกันก็คือ ลูกสีแดง 1 คะแนน ลูกสีเหลือง 2 คะแนน ลูกสีเขียว 3 คะแนน ลูกสีน้ำตาล 4 คะแนน ลูกสีน้ำเงิน 5 คะแนน ลูกสีชมพู 6 คะแนน และ ลูกสีดำ 7 คะแนน ส่วนลูกสีขาวไม่มีคะแนนเนื่องจากเราต้องเล่นลูกสีขาวเป็นหลัก

การแต่งกาย นักสนุกเกอร์ (ระดับแข่งขัน)

กีฬาชนิดนี้หากเป็นระดับสมัครเล่น แบบเล่นกันเองในกลุ่ม หรือ สโมสรก็ไม่ต้องมีพิธีรีตองเรื่องการแต่งกายอะไรมาก (แต่หากเป็นสถานที่ปิด ก็ควรจะแต่งกายให้สุภาพ ไม่ควรใส่เสื้อกล้าม กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะเพื่อเป็นการให้เกียรติสถานที่) แต่หากเป็นการแข่งขันอย่างเป็นทางการไม่ว่าจะเป็นระดับเยาวชน จนถึงระดับมืออาชีพ ระดับนานาชาติ การแต่งกายต้องเนี๊ยบหน่อย ผู้เข้าแข่งขันต้องใส่สูทแบบเสื้อกั๊กใส่หูกระต่าย กางเกงสแล็คอย่างดี รองเท้าหนัง หน้าผมต้องเรียบร้อยไม่ตัดสั้นก็ต้องเซ็ตผมให้ดูดี ที่ต้องแต่งตัวแบบนี้ส่วนหนึ่งก็เพื่อให้เกียรติสถานที่และฝ่ายจัดการแข่งขัน อีกเหตุผลก็คือ เสื้อจะต้องปิดให้มิดชิดเพื่อป้องกันไม่ให้เสื้อไปสัมผัสลูกอื่นในขณะก้มแทงลูก (หากสัมผัสโดนจะฟาล์วโดนตัดแต้มได้)

นักสนุกเกอร์

กฎ-กติกา สนุกเกอร์

พอเข้าในองค์ประกอบเกี่ยวกับกีฬาสนุกเกอร์กันไปบ้างแล้ว ทีนี้เรามาว่ากันเรื่องวิธีการเล่นกันบ้าง เริ่มจากการเซตโต๊ะและลูกสนุกเกอร์ เราจะแบ่งได้ดังนี้ ด้านบนของโต๊ะบริเวณที่มีเส้นครึ่งวงกลมอีกด้านหนึ่งจะเป็นเส้นตรง เราจะวางลูกสีจากซ้ายไปขวาตามจุดดังนี้คือ สีเขียว สีน้ำตาล และ สีเหลือง จากนั้นให้สังเกตแนวกลางโต๊ะตามแนวยาวจะมีจุดวางเอาไว้ให้ใส่ตามดังนี้ จุดกลางโต๊ะใส่วางลูกสีน้ำเงิน จุดต่อไปวางลูกสีชมพู และ จุดท้ายสุดท้ายสีดำ ส่วนสีแดงจะวางเป็นรูปสามเหลี่ยมเหมือนปิรามิด ด้านฐานจะอยู่ทางลูกสีดำฐานจะวาง 5 ลูกติดกันก่อนจะไล่ระดับไปเรื่อยๆจนถึง ลูกเดียวจะวางติดกับลูกสีชมพูพอดี
เมื่อเซตโต๊ะเรียบร้อยแล้วก็มาถึงขั้นตอนการเริ่มเกม หลังจากตกลงกันได้ว่าใครเป็นฝ่ายเริ่มเกม(ผู้เล่น 2คนหรือหากเล่นแบบ 4 คน ต้องตกลงกันก่อนว่าทีมไหนได้เริ่มก่อน) ฝ่ายได้เริ่มเล่นก่อนจะสามารถวางลูกขาวตรงไหนก็ได้ ในบริเวณครึ่งวงกลมดังกล่าวจากนั้นก็แทงได้เลย โดยเงื่อนไขการแทงมีอยู่ว่า หากยังมีลูกสีแดงอยู่บนโต๊ะ จะต้องแทงลูกสีแดงให้โดนก่อน จากนั้นจะโดนลูกสีอื่นหรือไม่ก็ได้ หากแทงแล้วเกิดมีลูกใดลงก็สามารถแทงต่อได้ แต่หากแทงไม่ลงต้องเปลี่ยนให้อีกฝั่งเป็นผู้เล่น หากเป็นการเล่นแบบทีม จะเป็นฝ่ายละ 2 คน โดยจะสลับกันแทง เริ่มจาก A1-B1-A2-B2-A1 …. วนไปอย่างนี้จนจบเกม

วิธีการเล่นและนับคะแนน สนุกเกอร์ ล่าสุด

การเล่นสนุกเกอร์ เป็นกีฬาที่มีการนับแต้มแตกต่างจากกีฬาชนิดอื่นพอสมควร เราขออธิบายดังนี้ หนึ่งผู้เล่นจะต้องแทงลูกขาวเพื่อกระทบลูกอื่นให้ลูกแดงลง นับเป็น 1 คะแนน จากนั้น ก็จะต้องหันไปแทงลูกสีอะไรก็ได้นอกเหนือจากนั้น หากลงก็จะนับแต้มตามค่าของลูกสีนั้นหากแทงลูกสีไม่ลงก็เปลี่ยนฝั่งกันเล่น อย่างเช่น นาย ก. ยิงลูกแดงไม่ลง ก็ต้องเปลี่ยนฝั่งให้ นาย ข. เล่น นาย ข. แทงลูกแดงลง ก็จะได้ 1 คะแนน จากนั้น นาย ข.จะต้องแทงลูกสี ซึ่งนาย ข. แทงลูกสีชมพูลงจะได้อีก 6 คะแนน (หลังจากแทงลูกสีลง กรรมการจะหยิบลูกสีดังกล่าวขึ้นมาวางใหม่บนจุดเดิมของเค้า แต่หากไม่สามารถวางได้ก็จะวางจุดอื่นที่ใกล้ที่สุดแทน) นาย ข. แทงแดงลงไปอีก 1 ลูกได้อีก 1 คะแนน แต่คราวนี้ นาย ข. แทงลูกสีดำไม่ลง เลยต้องเปลี่ยนฝั่งให้ นาย ก. เล่นต่อไป สรุปรอบนี้นาย ข. ได้แต้มไปทั้งหมด 1+6+1 = 8 คะแนน เกมจะดำเนินต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเหลือลูกสีแดงสุดท้าย ตรงนี้จะพิเศษหน่อย ยกตัวอย่างต่อเนื่อง นาย ก. ยิงลูกสีแดง สุดท้ายลงไป ได้ 1 คะแนน จากนั้นยิงลูกสี ดำลงไปได้อีก 7 คะแนน รวมเป็น 8 คะแนน คราวนี้สภาพบนโต๊ะจะไม่มีลูกสีแดงแล้ว สิ่งที่ นาย ก.ต้องทำต่อไปก็คือเก็บลูกสีลงตามลำดับคะแนน โดยเริ่มจากสีเหลือง สีเขียว สีน้ำตาล สีน้ำเงิน สีชมพู และลูกสุดท้ายสีดำ (ช่วงการยิงเก็บลูกสีท้ายเกม จะไม่มีการยิงเป็นชุด ยิงลูกนั้นลงไปได้เลย) เป็นอันปิดเกมในเฟรมนั้น ใครได้คะแนนมากกว่าก็เป็นผู้ชนะในเฟรมนั้นไป ซึ่งในระดับการแข่งขันเพื่อหาผู้ชนะก็จะมีการนับจำนวนเฟรมแตกต่างกันไป ตั้งแต่ 4 ใน 7 หรือมากกว่านั้นแล้วแต่ฝ่ายจัดการแข่งขันเป็นฝ่ายกำหนด

การฟาล์ว

กีฬาสนุกเกอร์เป็นกีฬาที่มีการฟาล์วค่อนข้างจุกจิกนิดหน่อย แต่เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อผู้เล่นทุกฝ่าย การฟาล์วอธิบายง่ายๆก็จะมีหนึ่งผู้เล่นแทงลูกไม่ถูกต้อง (แทงสองครั้ง แทงวิด ท่าแทงไม่ถูกต้องขาลอยจากพื้น หรือระหว่างแทงส่วนใดส่วนหนึ่งของลำตัวไปโดนลูกอื่นบนโต๊) สองระหว่างที่แทงไปนั้น ลูกขาวไปกระทบเป้าหมายไม่ถูกต้อง ตัวอย่างเช่น แทงลูกขาวที่ควรจะโดนลูกแดงก่อนแต่กลับไปโดนลูกสีเหลืองก่อนจะเป็นลูกแดง จะแทงลูกสี แต่กลับไปโดนลูกสีแดงก่อน หรือ บอกกรรมการว่าจะแทงลูกสีชมพูแต่ลูกกลับไปโดนลูกสีดำอย่างนี้ก็ฟาล์วเหมือนกัน สามการแทงลูกลงไม่ถูกวิธีการ ต้องการแทงแดงให้ลงกลับไปทำให้สีอื่นลงแทน หรือ แทงแล้วลูกขาวลงหลุม โดยผลของการฟาล์วจะถูกตัดแต้ม 4 คะแนน 7 คะแนน หรือมากกว่านั้น (เพิ่มแต้มที่ตัดให้ฝ่ายตรงข้ามแทน) จากนั้นอาจจะมีการกำหนดให้ฝ่ายตรงข้ามสามารถกำหนดจุดตั้งลูกขาวเพื่อเล่นได้ตามต้องการ หรือ กำหนดให้สามารถยิงโดนลูกใดลูกหนึ่งก็ได้ในรอบการแทงของตัวเอง(แต่หากยิงลงจะมีค่าเท่ากับลูกแดงคือ 1 คะแนนเท่านั้น) โดยบทลงโทษขึ้นอยู่กับลักษณะของการฟาล์ว

การวางสนุก

หนึ่งในยุทธวิธีการเล่นที่เรามักจะได้ยินเสมอเวลาเล่นสนุกเกอร์ ก็คือ คำว่า การวางสนุก มันคืออะไร คำตอบก็คือ การวางกับดักให้กับฝ่ายตรงข้ามเล่นได้ยากมากขึ้น อาจจะไม่ได้แทงให้ลงอย่างเดียว แต่แทงลูกสีขาวเพื่อให้มันไปอยู่ในตำแหน่งที่อับ แทงยาก เพื่อทำให้เกิดสถานการณ์ที่เอื้อให้ฝ่ายตรงข้ามแทงไม่ได้ หรือ แทงแล้วฟาล์ซ เพื่อหวังผลคะแนนจากการตัดแต้ม การเล่นฟรีบอล เป็นต้น ดังนั้นหากเราคิดจะเล่นสนุกเกอร์ การเล่นวางสนุกเพื่อวางกับดักฝ่ายตรงข้าม และ แก้สนุกเพื่อแก้ทางกับดักที่อีกฝ่ายวางเอาไว้เป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก สองอย่างนี้มีผลทั้งแต้มการแข่งขัน และจิตวิทยาต่อฝ่ายตรงข้าม(หากทำได้ แก้ได้ก็จะข่มฝ่ายตรงข้ามได้)

เซนจูรี่เบรก

อีกคำหนึ่งที่ได้ยินเสมอเวลาเราดูถ่ายทอดสดแข่งสนุกเกอร์ก็คือ เซนจูรี่เบรก คำนี้หมายถึงอะไร คำตอบก็คือ การเล่นของนักสนุกเกอร์ที่สามารถทำแต้มได้มากกว่า 100 คะแนนในการเล่นไม้เดียวที่ออกมา ยิ่งหากสามารถทำได้ถึง แมกซิมั่มเบรก 147 คะแนน ยิ่งดีเข้าไปใหญ่ คะแนน 147 คะแนนมีที่มาดังนี้ เก็บลูกแดงตามด้วยลูกดำ 1 ชุด เท่ากับ 1+7=8 คะแนน ลูกแดงมี 15 ลูกจะได้เท่ากับ 15×8=120 จากนั้นตามเก็บลูกสีตอนสุดท้าย ลูกสีเหลือง 2 คะแนน ลูกสีเขียว 3 คะแนน ลูกสีน้ำตาล 4 คะแนน ลูกสีน้ำเงิน 5 คะแนน ลูกสีชมพู 6 คะแนน และ ลูกสีดำ 7 คะแนน ก็จะเป็น 120 + 2 + 3 + 4 + 5 + 6 + 7 = 147 คะแนน โดยในการแข่งขันแต่ละรายการจะมีรางวัลให้กับคนที่ทำแมกซิมั่มด้วย ความยากของการทำแมกซิมั่มเบรกก็คือมันต้องผ่านการวางแผนการแทงลูกแต่ละครั้งให้เป็นไปตามต้องการ ยิ่งต้องบังคับให้ยิงลูกแดงลง แล้วมายิงลูกดำให้ลงพร้อมกับกระดอนไปโดนลูกแดงอื่นเพื่อเซ็ตเตรียมจะยิงให้ลูกแดงลงในเซตต่อไป แล้วก็ยิงลูกดำให้ลงซ้ำแล้วซ้ำอีกจนหมด แล้วตามไปเก็บลูกสีตอนสุดท้าย ซึ่งบอกเลยว่ามันเป็นสิ่งที่แม้แต่มืออาชีพเองก็ทำไม่ได้บ่อยครั้งนัก

นักสนุกเกอร์

พฤติกรรมอันไม่สมควรของผู้เล่นสนุกเกอร์

ไม่เพียงแค่บนโต๊ะเท่านั้นที่ฟาลว์ได้ การวางตัวของผู้เล่นระหว่างเล่น ระหว่างแทงก็สามารถฟาล์วจนสามารถตักเตือน ตัดแต้ม หรือถูกปรับแพ้ในเฟรมนั้นได้เลย หากไม่แก้ไขพฤติกรรมอาจจะร้ายแรงถึงขั้นโดนปรับแพ้ในการแข่งขันนั้นได้เลย พฤติกรรมอันไม่สมควรของผู้เล่นก็มี หนึ่งการถ่วงเวลา หากผู้เล่นใช้เวลาในการคำนวณ มองเหลี่ยมมุม ก่อนจะลงมือแทงนานเกินไป อาจจะโดนเตือนจากกรรมการได้ หรือ แสดงพฤติกรรมอะไรก็ตามที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่าต้องการจะถ่วงเวลาการแข่งขัน สองพฤติกรรมการเล่นที่ไม่เป็นธรรม จงใจปฏิเสธการเล่น แสดงกิริยาไม่สุภาพทั้งต่อฝ่ายตรงข้าม หรือ คนดู อาจจะโดนได้ด้วยเหมือนกัน (ตรงนี้จะเห็นว่าในการแข่งขัน เราจะเห็นว่านักเล่นสนุกเกอร์จะมีสีหน้าเรียบเฉยตลอดแม้ว่าผลการแข่งขัน ผลการแทงของตัวเองจะไม่เป็นไปตามต้องการก็ตาม ถือว่าเป็นการแข่งขันที่ต้องอดทนพอสมควรทีเดียว) สามหากผู้แข่งขันคนไหนไม่ได้อยู่ในตาเล่นของตัวเอง จะต้องไม่ออกมารบกวนการแทงของฝ่ายตรงข้าม เพื่อไม่เป็นการรบกวนสายตา ควรอยู่ให้ห่างโต๊ะ หรือนั่งอยู่ที่เก้าอี้นั่งของตัวเอง นอกจากนั้นหากเป็นการเล่นแบบทีมสองคน ฝ่ายที่ไม่ได้เล่นสามารถที่จะพูดคุยปรึกษากันได้ แต่หากเสียงดังเกินไปก็อาจจะเป็นการรบกวนฝ่ายตรงข้ามจนโดนเตือนได้เหมือนกัน

การยอมแพ้

เราจะเห็นว่าในระดับการแข่งขันมาตรฐาน ถ้าผู้เล่นเห็นว่าคะแนนในเฟรมนั้นตามจนไม่สามารถเล่นต่อได้ ผู้เล่นสามารถขอยอมแพ้ได้ แต่ก็มีกติกาบังคับอยู่ด้วย อย่างเช่น การยอมแพ้จะทำได้ก็ต่อเมื่อถึงตาตัวเองในการแทงเท่านั้น ไม่สามารถขอยอมแพ้ในการแทงของฝ่ายตรงข้ามได้ เพราะจะเป็นการรบกวนสมาธิและขัดขวางการทำแต้ม ไม่เพียงแค่นั้นเราขอยอมแพ้ก็จริงแต่ฝ่ายตรงข้ามมีสิทธิ์ปฏิเสธเพื่อเล่นต่อได้ด้วยเหมือนกัน

การตั้งตัวแทน

อีกหนึ่งกติกาที่น่าสนใจมากของการแข่งขันสนุกเกอร์ ก็คือ การตั้งตัวแทน ในกรณีที่ผู้แข่งขันจะต้องออกจากพื้นที่แข่งขันในช่วงเวลาที่ไม่ใช่การแทงของตัวเอง สามารถแต่งตั้งตัวแทนเอาไว้เพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวเองก็ได้ ในกรณีที่ฝ่ายตรงข้ามทำฟาล์วผู้แทนสามารถประท้วง เรียกร้องได้ตามสิทธิ์เหมือนกับผู้เล่นทุกประการ แต่การแต่งตั้งตัวแทนนั้นจะต้องมีการแจ้งผู้ตัดสินในทราบก่อนออกจากพื้นที่แข่งขันไป

มาร์กี้ สนุกเกอร์

มาร์กี้ โต๊ะสนุกเกอร์ คืออะไร

อีกคำหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับ กติกาสนุกเกอร์ ที่คนไม่ได้เล่นกีฬาชนิดนี้อาจจะไม่รู้ นั่นคือคำว่า มาร์กี้ เราอาจจะเห็นการเปิดรับสมัครตำแหน่งนี้ตามร้านแทงสนุกเกอร์ ตำแหน่งนี้ในการเล่นสนุกเกอร์ก็คือ ผู้บันทึกผลคะแนนการแข่งขัน รวมถึงทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยผู้ตัดสินด้วย โดยเฉพาะการวางตำแหน่งลูกสนุกเกอร์สีหลังจากลงหลุมไปแล้ว ยิ่งสำคัญเลย

คนดูก็เป็นกรรมการได้

อีกหนึ่งกฎที่ค่อนข้างพิเศษมากสำหรับการแข่งสนุกเกอร์ก็คือ ในกรณีที่ผู้ตัดสินไม่สามารถตัดสินการทำผิด การทำฟาล์วได้ หรือ บางครั้งอาจจะมองไม่เห็นเพราะมุมบังสายตา กรรมการสามารถสอบถามข้อมูลของเหตุการณ์นั้นจากคนดู กรรมการคนอื่น ในบริเวณนั้นได้ก่อนจะตัดสินบทลงโทษได้ ซึ่งถ้าเป็นกีฬาชนิดอื่นกรรมการจะไม่ค่อยสอบถามเหตุการณ์จากคนดูสักเท่าไร
เหล่านี้คือกฎ กติกา มารยาทเบื้องต้นของกีฬาสนุกเกอร์ ใครที่ชอบการเล่นกีฬาในร่มแบบไม่ต้องเข้าปะทะให้เจ็บตัว ลองศึกษากีฬาชนิดนี้ดู